Nation TV
ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ก่อตั้ง Evergrande ริบทรัพย์ทั้งหมด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ปิดฉากอดีตมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเอเชีย ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ก่อตั้ง Evergrande พร้อมริบทรัพย์สิน หลังทำวิกฤตหนี้สะเทือนเศรษฐกิจจีนหนัก
Key facts
- การล่มสลายของ Evergrande ถือเป็นชนวนสำคัญที่จุดชนวนให้เกิดการซบเซาอย่างหนักในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน เนื่องจากในยุคที่ Evergrande เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ภาคอสังหาริมทรัพย์เคยมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
- นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ รวมถึงบุตรชายสองคนของเขา ได้แก่ ซู ชี่เจียน และ ซู เติ้งอี้ ก็ถูกตัดสินลงโทษจำคุกเช่นกัน โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 22 เดือน ถึง 18 ปี
- ศาลประชาชนชั้นกลางแห่งเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน มีคำพิพากษาตัดสิน จำคุกตลอดชีวิต นายฮุย คา ยัน (Hui Ka Yan) หรือ ซู จี๋อิน (Xu Jiayin) ผู้ก่อตั้งบริษัท เอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) อดีตยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ของจีน
- นายฮุย คา ยัน ซึ่งเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย ได้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาทางอาญา เช่น การยักยอกทรัพย์สินและการรับ-ให้กู้ยืมและติดสินบนในองค์กร โดยศาลระบุว่า
Summary
นายฮุย คา ยัน ซึ่งเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย ได้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาทางอาญา เช่น การยักยอกทรัพย์สินและการรับ-ให้กู้ยืมและติดสินบนในองค์กร โดยศาลระบุว่า พฤติกรรมของฮุยและกลุ่มบริษัทในเครือได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน นำไปสู่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
ศาลประชาชนชั้นกลางแห่งเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน มีคำพิพากษาตัดสิน จำคุกตลอดชีวิต นายฮุย คา ยัน (Hui Ka Yan) หรือ ซู จี๋อิน (Xu Jiayin) ผู้ก่อตั้งบริษัท เอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) อดีตยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ของจีน พร้อมทั้งสั่งริบทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด ตลอดจนลงโทษปรับบริษัทในเครือเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1.582 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 2.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากความผิดหลายกระทง รวมถึงการปลอมแปลงบัญชีและการปกปิดยักยอกหนี้สิน
การล่มสลายของ Evergrande ถือเป็นชนวนสำคัญที่จุดชนวนให้เกิดการซบเซาอย่างหนักในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน เนื่องจากในยุคที่ Evergrande เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ภาคอสังหาริมทรัพย์เคยมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีน และเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลท้องถิ่น ปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงส่งผลกระทบและกดดันเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างต่อเนื่อง