Bloomberg · Krungthep Turakij
'เบสเซนต์' ขึ้นแท่น รมว.คลังสหรัฐ 'แทรกแซงตลาดมากสุด' ในรอบหลายทศวรรษ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักข่าวบลูมเบิร์กวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของกระทรวงการคลังสหรัฐ ภายใต้การนำของ "สกอตต์ เบสเซนต์" ซึ่งกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อเขาตัดสินใจใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อแทรกแซงตลาดการเงินมากที่สุดคนหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ เป้าหมายหลักคือ การสกัดกั้นไม่ให้ต้นทุนการกู้ยืม หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) พุ่งสูงจนเกินควบคุม ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
Key facts
- ดอลลาร์ร่วงต่ำสุดรอบ 3 เดือน - เยนพลิกฟื้น
- นักวิเคราะห์ชี้แก้ผิดจุด ต้นตอคือ หนี้ 1.8 ล้านล้าน
- เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (19 ส.ค.69) กระทรวงการคลังสหรัฐสร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการประกาศเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อคืนพันธบัตรรุ่นเก่า (Buyback) ที่มีอายุ 10 ถึง 30 ปี ขึ้น "อย่างน้อย 2 เท่า"
- ฉีกธรรมเนียมคลัง ส่งสัญญาณการเมืองก่อนเลือกตั้ง
- ขณะเดียวกัน การปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ย และบอนด์ยีลด์สหรัฐ ยังกดดันให้ดัชนีดอลลาร์ (Bloomberg Dollar Spot Index) ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
- นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 เบสเซนต์ได้ดูแลการเข้าซื้อเงินเยนเป็นครั้งแรกโดยทางการสหรัฐ ในรอบ 3 ทศวรรษ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ถูกมองว่าช่วยลดความจำเป็นที่ญี่ปุ่นจะต้องเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
Summary
และเมื่อต้นปีนี้ เบสเซนต์ได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน (rate checks) ซึ่งก็คือ การที่ทางการโทรศัพท์สอบถามอัตราเสนอซื้อขายเงินเยนจากธนาคารต่างๆ ทำให้แม้อดีตเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นยังต้องประหลาดใจ
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (19 ส.ค.69) กระทรวงการคลังสหรัฐสร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการประกาศเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อคืนพันธบัตรรุ่นเก่า (Buyback) ที่มีอายุ 10 ถึง 30 ปี ขึ้น "อย่างน้อย 2 เท่า"
ตามธรรมเนียมปฏิบัติ กระทรวงการคลังสหรัฐ ยึดมั่นในหลักการออกพันธบัตรแบบ "สม่ำเสมอ และคาดการณ์ได้" เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนตื่นตระหนก ซึ่งตัวนายเบสเซนต์เองก็เคยกล่าวสนับสนุนแนวทางนี้ พร้อมระบุว่าภารกิจของตนคือ การเป็นผู้เสนอขายพันธบัตรอันดับหนึ่งของประเทศ และต้องการเห็นอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำ แต่การเดินเกมล่าสุดกลับกลายเป็นการฉีกกรอบเดิมอย่างสิ้นเชิง