Bloomberg · The Standard
สิงคโปร์-ฮ่องกงเปิดศึกชิงฮับการเงินเอเชีย หั่นภาษีส่วนแบ่งกำไร ดึงผู้จัดการกองทุนเข้าประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สองศูนย์กลางการเงินใหญ่ที่สุดของเอเชียอย่างสิงคโปร์และฮ่องกง กำลังเปิดศึกแย่งชิงอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์อย่างเปิดเผย โดยการลดภาษีให้กับตัวบุคคลที่บริหารเงิน ไม่ใช่แค่ตัวบริษัท
Key facts
- สินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมของฮ่องกงเติบโต 20% ในปี 2025 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.2 ล้านล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 178 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งจากเงินทุนไหลเข้าสุทธิที่พุ่งขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ภายใต้การบริหารในสิงคโปร์เติบโต 10%
- อุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ของสิงคโปร์เป็นเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญของภาคการเงิน คิดเป็นราว 15% ของผลผลิตในภาคนี้ และ 13% ของการจ้างงาน”
- สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สองศูนย์กลางการเงินใหญ่ที่สุดของเอเชียอย่างสิงคโปร์และฮ่องกง กำลังเปิดศึกแย่งชิงอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์อย่างเปิดเผย
- การยกเว้นภาษีจะมีผลกับรายได้ส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นในปีปฏิทินนี้ โดย ชี ฮอง ตัด (Chee Hong Tat) รองประธาน MAS ระบุว่ารายละเอียดเพิ่มเติมจะถูกเปิดเผยในการแถลงงบประมาณปี 2027 ของสิงคโปร์ ซึ่งปกติจัดขึ้นราวเดือนกุมภาพันธ์
- สิงคโปร์งัดไม้เด็ด ยกเว้นภาษีกำไรส่วนแบ่ง
- ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ประกาศชุดมาตรการเมื่อวันพุธ (19 สิงหาคม) เพื่อเสริมความน่าดึงดูดของประเทศต่ออุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ โดยมาตรการหลักคือข้อเสนอยกเว้นภาษีสำหรับส่วนแบ่งกำไรที่ผู้จัดการกองทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนได้รับ
Summary
“อุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ของสิงคโปร์เป็นเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญของภาคการเงิน คิดเป็นราว 15% ของผลผลิตในภาคนี้ และ 13% ของการจ้างงาน” ชี ฮอง ตัด กล่าว พร้อมยืนยันว่าจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคบริการทางการเงิน
ในทางทฤษฎี ข้อเสนอของสิงคโปร์อาจดูน่าสนใจกว่าฮ่องกง แต่รายละเอียดจำนวนมากยังไม่ชัดเจน โดยการยกเว้นภาษีอาจครอบคลุมกว้างขวาง ไม่จำกัดเฉพาะผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์ แต่รวมถึงผู้ที่ทำงานใน family office, บริษัทร่วมลงทุน (VC) และสถาบันอื่นอีกจำนวนมาก
รัฐบาลฮ่องกงส่งร่างกฎหมายภาษีฉบับใหม่เข้าสู่สภานิติบัญญัติเมื่อเดือนมิถุนายน โดยส่วนที่ถูกจับตามากที่สุดคือการขยายการยกเว้นภาษีสำหรับ carried interest หรือส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน ซึ่งอาจหมายถึงรายได้ก้อนใหญ่สำหรับผู้จัดการกองทุนระดับท็อป