Matichon
อนุทิน ปลื้มผลเยือนออสเตรเลีย พอใจ 2 เด้ง จับคู่ธุรกิจฉลุย ยันนายกฯออสซี่ไม่ติดใจ แอร์สาวขนเฮโรอีน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่กรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค.ว่า การเยือนครั้งนี้น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากได้เชิญชวนผู้ประกอบการออสเตรเลียในหลายภาคส่วนให้เข้าไปขยายกิจการในไทย รัฐบาลได้นำเสนอนโยบาย “Thailand Fast Pass”
Key facts
- เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่กรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค.ว่า
- สิ่งที่ทำให้การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างเหนือความคาดหมาย คือการขับเคลื่อนให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนและเจรจาต่อยอด จนนำไปสู่การร่วมลงทุน (Joint Venture)
- ในวงหารือหลายๆ บริษัทพูดกับผมว่าเพิ่งตัดสินใจจะไปขยายกิจการลงทุนในประเทศไทย สุดท้ายเขาก็จะเลือกประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ การเยือนครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ทำให้พอใจ 2 เด้ง เพราะไม่เพียงแค่ดึงนักลงทุนเข้าไทย
- นายกฯกล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มทุนไทยรายใหญ่เข้าไปควบรวมและร่วมลงทุนมากมาย ทั้งด้านพลังงาน เคมีภัณฑ์ และโรงแรม โดยเฉพาะบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Group)
Summary
เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่กรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค.ว่า การเยือนครั้งนี้น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากได้เชิญชวนผู้ประกอบการออสเตรเลียในหลายภาคส่วนให้เข้าไปขยายกิจการในไทย รัฐบาลได้นำเสนอนโยบาย “Thailand Fast Pass”
สิ่งที่ทำให้การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างเหนือความคาดหมาย คือการขับเคลื่อนให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนและเจรจาต่อยอด จนนำไปสู่การร่วมลงทุน (Joint Venture) ในธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างบรรยากาศการค้าแบบ “วิน-วิน” (Win-Win Situation) ที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
นายกฯกล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มทุนไทยรายใหญ่เข้าไปควบรวมและร่วมลงทุนมากมาย ทั้งด้านพลังงาน เคมีภัณฑ์ และโรงแรม โดยเฉพาะบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Group) กลุ่มบริษัทของคนไทยที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย รวมมูลค่าสูงถึง 230,000 ล้านบาท ทำให้ออสเตรเลียมองคนไทยว่าเราไม่ใช่เป็นประเทศเกษตรกรรม ทำไร่ไถนาอย่างเดียว แต่เราเป็นประเทศที่มีทุนระดับชาติไปลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในต่างประเทศได้
“แรงงานไทยในสายตาต่างชาติที่เคยกังวลว่ามาแล้วจะไม่ยอมกลับประเทศไทย คนไทยวันนี้ เราไม่ได้มาเพื่อขายแรงงานถูกๆ อีกต่อไป แต่เรามาพร้อมทักษะ ความถนัด ความรู้ และเทคโนโลยี ตัวอย่างความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ชาวไทยที่เข้าไปทำงานในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแคนวา (Canva) เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ศักยภาพและสมองขับเคลื่อนองค์กรชั้นนำได้อย่างโดดเด่น” นายกฯกล่าว