← Back to KHAO

ฮัดสันเข้าใจช้างศึกโดนวิจารณ์ รอบชิงอาเซียนคัพจะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

แอนโธนี่ ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขันฟุตบอลอาเซียนคัพ 2026 รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ซึ่ง “ช้างศึก” พ่ายสิงคโปร์ 1-2 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม แต่รวม 2 นัด ไทยชนะ 4-3 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ว่า ภูมิใจที่นักเตะสามารถพาทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จตามเป้าหมาย ทีมชุดนี้มีนักเตะเยาวชนผสมกับซีเนียร์ ภูมิใจในตัวทุกคน แต่ผลการแข่งขันที่ออกมาถือว่าน่าผิดหวัง คิดว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะเรามีโอกาสทองที่จะตีเสมอในหลายครั้ง

Key facts

Summary

ฮัดสันกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเกมรอบชิงชนะเลิศ คือเรามีเวลามากกว่าคู่แข่งหนึ่งวัน ในการเตรียมทีมก่อนรอบชิงฯ ซึ่งเป็นความแตกต่าง หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ บริบท ว่าการแข่งขันครั้งนี้อยู่ในช่วงปรีซีซั่น และต้องเจอกับ คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง วันแรกที่นักกีฬาเข้ามาบางคนเพิ่งได้ซ้อมกับสโมสรไปได้ไม่กี่วัน ตอนนี้ต้องให้นักกีฬาฟื้นฟูร่างกาย เพื่อใส่ในเกมแรกของรอบชิงฯ อย่างเต็มที่ ทำในสิ่งที่เราอยากทำ และเตรียมแผนให้พร้อม เกมนี้เป็นตัวอย่างเรื่องความล้า

“เรื่องสไตล์การเล่นก็ถูกถามเสมอ เนื้อหาในเกมขอไม่เจาะลึก แต่สองเกมที่เราเจอมา ต้องเตะภายใน 3 วัน ยังไม่รวมเวลาเดินทาง มีนักเตะหน้าใหม่ ต้องเจอกับทีมที่ทำผลงานได้ดีในรอบแบ่งกลุ่ม สภาพร่างกายแต่ละคน ไม่สามารถตอบสนองวิธีการเล่นที่วางแผน ผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจก็จะมีคำถามเสมอ ก็เป็นความคาดหวังของแฟนบอลทุกคน เวลาชนะสกอร์เท่าไหร่ แต่สุดท้ายเราเข้ารอบชิงชนะเลิศ เราต้องเตะทุกๆ 3 วัน ในช่วงปรีซีซั่น ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงเวลาปรีซีซั่น ที่ต้องเตรียมร่างกาย

“ส่วนแทคติกที่เตรียมรับมือในการเจอกับ สิงคโปร์ ทั้งสองนัด ไม่ได้แตกต่างอยู่ในวิธีการเดียวกัน ความแตกต่างคือการพัฒนาเชิงนักกีฬาและทีมชาติสิงคโปร์ก็ทำได้ดี พวกเขาทำได้ดีตั้งแต่เอเชียน คัพ ที่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย สองเกมที่เราต้องเจอ รวมถึง สิงคโปร์ เองก็มีผลงานดีในรอบแบ่งกลุ่ม ผมว่าสิงคโปร์ ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ต้องให้เครดิต เกวิน ลี ที่ทำได้ดีมากๆ และมีแฟนบอลเข้ามาเชียร์ซัพพอร์ต คิดว่าสิงคโปร์ อยู่ในทิศทางที่ดีและจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกในอนาคต”

Read full article at Matichon →