Tesla · Matichon
แรงงานยุคใหม่อาจไม่ใช่มนุษย์: เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เริ่มเข้าสู่สายการผลิต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึง “AI เข้ามาแทนที่แรงงาน” ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือซอฟต์แวร์ แชตบอต หรือโมเดลภาษาที่ช่วยเขียนอีเมล์และวิเคราะห์ข้อมูล แต่ในปี 2026 การเปลี่ยนแปลงกำลังก้าวข้ามจากโลกดิจิทัลไปสู่โลกกายภาพเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ หุ่นยนต์ หรือฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ เดินได้ หยิบจับได้ และทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนทำงานจริง กำลังเริ่มเข้าไปยืนอยู่บนสายการผลิตจริง ไม่ใช่เพียงในวิดีโอสาธิตอีกต่อไป
Key facts
- มูลค่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 4,890 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และมีการประเมินว่าจะขยับขึ้นเป็นราว 6,240 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 16,000-18,000 ตัว เติบโตกว่า 508%
- ที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขปัจจุบัน คือมุมมองระยะยาว Goldman Sachs ปรับประมาณการมูลค่าตลาดในปี 2035 ขึ้นถึง 6 เท่าจากที่เคยคาดไว้ เป็นระดับ 38,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Morgan Stanley มองไปไกลถึงปี 2050 ว่าอุตสาหกรรมนี้ทั้งระบบอาจมีมูลค่าสูงถึง
- สิ่งที่ทำให้รอบนี้ต่างจากกระแสหุ่นยนต์ในอดีตคือเรื่องราคา หุ่นยนต์รุ่นเริ่มต้นอย่าง Unitree R1 มีราคาราว 5,900 ดอลลาร์ หรือประมาณสองแสนบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าจ้างแรงงานรายปีในหลายประเทศ ขณะที่ Tesla ตั้งเป้าราคา Optimus ไว้ที่ 20,000-30,000
- ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึง “AI เข้ามาแทนที่แรงงาน”
Summary
สิ่งที่ทำให้รอบนี้ต่างจากกระแสหุ่นยนต์ในอดีตคือเรื่องราคา หุ่นยนต์รุ่นเริ่มต้นอย่าง Unitree R1 มีราคาราว 5,900 ดอลลาร์ หรือประมาณสองแสนบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าจ้างแรงงานรายปีในหลายประเทศ ขณะที่ Tesla ตั้งเป้าราคา Optimus ไว้ที่ 20,000-30,000 ดอลลาร์ เทียบกับ Atlas ของ Boston Dynamics ที่ยังอยู่ในระดับ 150,000-320,000 ดอลลาร์
มูลค่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 4,890 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และมีการประเมินว่าจะขยับขึ้นเป็นราว 6,240 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 16,000-18,000 ตัว เติบโตกว่า 508% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผู้ผลิตจากจีนครองสัดส่วนกว่า 90% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขปัจจุบัน คือมุมมองระยะยาว Goldman Sachs ปรับประมาณการมูลค่าตลาดในปี 2035 ขึ้นถึง 6 เท่าจากที่เคยคาดไว้ เป็นระดับ 38,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Morgan Stanley มองไปไกลถึงปี 2050 ว่าอุตสาหกรรมนี้ทั้งระบบอาจมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ หากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นสินค้าที่ผลิตได้ในระดับหลักพันล้านตัวทั่วโลก