The Standard
เทียบ 3 ร่างกฎหมาย Anti-SLAPP ป้องกันการฟ้องปิดปาก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในยุคที่เสรีภาพในการแสดงออกถูกท้าทายด้วยกระบวนการทางกฎหมาย ปัญหา ‘การฟ้องปิดปาก’ หรือ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) แม้ปัจจุบันการฟ้องด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จะมีแนวโน้มลดลงหลังการแก้ไขกฎหมายในปี 2560 แต่กลับพบเทรนด์ใหม่ คือการนำ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งแทน สิ่งเหล่านี้สร้างสภาวะ ‘กลัวจนไม่กล้าพูด’ หรือ Chilling Effect
Key facts
- ในยุคที่เสรีภาพในการแสดงออกถูกท้าทายด้วยกระบวนการทางกฎหมาย ปัญหา ‘การฟ้องปิดปาก’ หรือ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) แม้ปัจจุบันการฟ้องด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จะมีแนวโน้มลดลงหลังการแก้ไขกฎหมายในปี 2560
- การเปลี่ยนโทษหมิ่นประมาท แก้ไข ป.อาญา (มาตรา 326 และ 393) โดยยกเลิกโทษจำคุก และเปลี่ยนเป็นโทษปรับเป็นพินัย โดยกำหนดค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับมาตรา 326 และไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับมาตรา 393 เพื่อป้องกันการใช้คุกเป็นเครื่องมือปิดปาก
- ร่างกฎหมายของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
- ประเด็นที่ต้องจับตาคือ ได้มีความพยายามผลักดันการแก้ไขหรือเสนอกฎหมายใหม่เพื่อยุติการฟ้องปิดปากหรือหวังผลกลั่นแกล้งกันทางการเมือง โดยปัจจุบันมีร่างกฎหมายจาก 3 แนวทางหลักที่กำลังรอบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร THE STANDARD
Summary
ประเด็นที่ต้องจับตาคือ ได้มีความพยายามผลักดันการแก้ไขหรือเสนอกฎหมายใหม่เพื่อยุติการฟ้องปิดปากหรือหวังผลกลั่นแกล้งกันทางการเมือง โดยปัจจุบันมีร่างกฎหมายจาก 3 แนวทางหลักที่กำลังรอบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร THE STANDARD ได้เรียบเรียงประเด็นสำคัญจากร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้เห็นภาพรวม
มุ่งเน้นการปฏิรูปกระบวนพิจารณาความแพ่งเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือชั้นพนักงานสอบสวนที่สามารถปล่อยตัวได้ชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน หากเห็นว่าเป็นการฟ้อง SLAPP หรือชั้นอัยการที่สามารถสั่งยุติคดีได้ทันทีเช่นกัน
ดูภาพข่าว