Krungthep Turakij
อ่านใจ กกต.'ฮั้ว สว.' ใครได้เฮ?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ฝ่ายค้านจัดเวทีถล่ม “ฮั้ว สว.” ถี่ยิบ หวังสร้างกระแสการเมือง ปูทาง 3 แนว
Key facts
- ท่านสิทธิโชติ บอกว่า สำนวนฮั้ว สว.มีสำนวนเดียว คือสำนวนของ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 โดย กกต.จะยึดถือสำนวนนี้เป็นสำนวนหลัก
- ท่านสิทธิโชติบอกว่า กกต.ต้องพิจารณาตามสํานวนของคณะ 26 เป็นหลัก แล้วนำความเห็นของคณะที่ 36 มาประกอบการพิจารณาว่าเหตุผลที่เห็นแย้งกันนั้นเป็นอย่างไร
- ท่านสิทธิโชติ บอกว่า คำวินิจฉัยของ กกต. จะมีช่องให้ใส่เหตุผล ว่า วินิจฉัยตามเหตุผลของคณะ 26 หรือ คณะ 36
- ท่านสิทธิโชติ อธิบายวิธีการพิจารณาสำนวนว่า พิจารณาเป็นรายข้อหา จากทั้งหมด 7 ข้อหา และยังบอกว่าแค่ข้อหาแรก ใช้เวลาเกือบ 1 เดือน ตอนนี้ถึงข้อหาสุดท้ายแล้ว
- กดดัน กกต.ให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาให้มากที่สุด
- หาก กกต.เล่นบทพลิ้ว ก็จะเป็นความชอบธรรมในการยื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ และขยายผลดิสเครดิตองค์กรอิสระทั้งระบบ ขยายวงสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
- ท่านสิทธิโชติ บอกว่า เรา พิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ความหมายคือ ท่านใช้หลักการเดียวกับศาล แปลว่าข้อมูลหลักฐาน “นอกสำนวน” ไม่นำมาใช้พิจารณา
- เมื่อถูกถามถึงกรณีมีการกล่าวอ้างว่า แกนนำรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านสิทธิโชติ ตอบว่า “มีข้อกล่าวหาเป็นเพียงแค่พยานบุคคล ต้องหาหลักฐานอื่นมาประกอบบ้าง” และท่านยังขยายความว่า "หากเราส่งเรื่องไปศาล ถ้าพยานพูดกล่าวอ้างถึงใคร แล้วเราส่งไปหมด โดยไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ ศาลก็รับฟังไม่ได้เหมือนกัน”
Summary
คำกล่าวนี้มีข้อสังเกตคือ ตอนแรกมีการให้ข่าวว่า กกต.พิจารณาทีละจังหวัด ข่าวจากหลายแหล่งยืนยันตรงกันว่า พิจารณาเป็นจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งแตกต่างจากการพิจารณารายข้อหา
เข้าใจว่าทุกคนที่ไปร่วมเวทีและขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่ น่าจะหวังลึกๆ ให้ กกต.ดำเนินการตามข้อ 1 ตัดใจส่ง ศาลฎีกา ทั้ง 229 คนเลยยิ่งดี แม้แนวโน้มจะเป็นไปได้ยากมากก็ตาม
2.หาก กกต.เล่นบทพลิ้ว ก็จะเป็นความชอบธรรมในการยื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ และขยายผลดิสเครดิตองค์กรอิสระทั้งระบบ ขยายวงสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่