Krungthep Turakij
นับหนึ่ง ‘รื้อ-รีเซต' ระบบคุมปืน เบื้องลึกมหาดไทย กฎหมายสะดุด?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รัฐบาลไม่ได้เพียง “คุมปืนให้เข้มขึ้น” แต่กำลังขยับไปสู่การรื้อระบบการครอบครองอาวุธปืนทั้งระบบ ขณะเดียวกันเอกสารภายในมหาดไทยสะท้อนว่า แนวคิดเดิมเคยติดข้อจำกัด ทั้งด้านกฎหมายและศักยภาพในการปฏิบัติ ครั้งนี้จะทะลุทะลวงอุปสรรคได้สำเร็จหรือไม่
Key facts
- กระทั่งในปี 2569 เมื่ออนุทินเป็นนายกฯ ควบ มท.1 เรื่องนี้ถูกผลักดันเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างจริงจัง
- สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เคยตั้งข้อสังเกตว่า การใช้อำนาจให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนำปืนมาส่งมอบให้รัฐเพื่อเก็บรักษาและตรวจสอบ อาจเกินกรอบอำนาจตามมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490
- ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ซึ่งหน่วยงานในสังกัดอย่างกรมการปกครองมีบทบาทโดยตรงในการออกใบอนุญาต และกำกับดูแลอาวุธปืนตามกฎหมาย
- พร้อมกันนั้น ยังสั่งให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระงับการต่อใบอนุญาตเกี่ยวกับการซื้อและครอบครองอาวุธปืนบางประเภท ได้แก่ ป.3 และ ป.4 จนกว่าจะมีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น ขณะที่ใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน หรือ ป.12
Summary
เหตุการณ์เกี่ยวกับอาวุธปืนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา กำลังทำให้คำถามเรื่อง “ปืน” กลับมาเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทยอีกครั้ง
โจทย์นี้จึงกลายเป็นการบ้านเร่งด่วนของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ซึ่งหน่วยงานในสังกัดอย่างกรมการปกครองมีบทบาทโดยตรงในการออกใบอนุญาต และกำกับดูแลอาวุธปืนตามกฎหมาย
จากเหตุยิงในครอบครัว และเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีเด็กชายวัย 14 ปีใช้อาวุธปืนของปู่ก่อเหตุ สู่เหตุยิงภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ซึ่งอดีต สส.ฉลอง เรี่ยวแรง ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต