Spring News
ไทยรับมือ! เม็ดพลาสติกขาด ลุยนำขยะพลาสติกรีไซเคิล สู่เม็ด PCR คุณภาพสูง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สงครามเขย่าห่วงโซ่พลาสติกไทย! เม็ดพลาสติกพุ่ง วัตถุดิบขาดแคลน เอกชนเร่งดันอุตสาหกรรมหันหาเม็ด PCR จากขยะรีไซเคิล ลดพึ่งพานำเข้า สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ
Key facts
- แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวสะท้อนชัดจากสถานการณ์การนำเข้าแนฟทาจาก ตะวันออกกลาง ที่ลดลงถึง 74% ขณะที่ราคาเม็ดพลาสติกปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 54% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกในปี 2569
- ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังกดดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างไทยในปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน
- ภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาราคาวัตถุดิบแพงขึ้น แต่กำลังสะท้อนจุดเปราะบางของอุตสาหกรรมไทยที่ยังเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานและพลังงานจากต่างประเทศอย่างมาก โดยสถานการณ์จริงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 SCGC
- ขณะเดียวกัน Dow และ SCGC ยังเคยประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบนิเวศพลาสติกหมุนเวียนในเอเชีย โดยตั้งเป้านำพลาสติกใช้แล้วมากกว่า 200,000 ตันต่อปีกลับเข้าสู่ระบบผ่านทั้งการรีไซเคิลเชิงกลและการรีไซเคิลขั้นสูงภายในปี 2573
Summary
ช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไทยต้องเผชิญแรงกระแทกจาก สงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เมื่อ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งพลังงานโลกกลายเป็นจุดเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน ปัญหาที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมัน แต่ลามมาถึงวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมพลาสติก ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งหาทางลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และมองหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกเพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังกดดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างไทยในปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน ทั้งจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ โดยกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะต้องพึ่งพาแนฟทาเบา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติกและมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของต้นทุนการผลิต ขณะที่ไทยสามารถผลิตได้เองเพียง 47%
นั่นทำให้คำถามสำคัญของอุตสาหกรรมพลาสติกไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงจะทำอย่างไรให้มีเม็ดพลาสติกเพียงพอ แต่คือจะสร้างระบบวัตถุดิบที่ยืดหยุ่นกว่าวันนี้ได้อย่างไร เพราะหากวิกฤตพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเกิดซ้ำ การพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป ย่อมกลายเป็นความเสี่ยงต่อทั้งต้นทุนและความต่อเนื่องของการผลิต ขณะที่ ttb analytics เองก็แนะให้ผู้ประกอบการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ บริหารสต๊อกและเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงทำสัญญาจัดซื้อระยะยาว เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน