Reuters · Post Today
ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen จ่อผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิขย์ปี 2027
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
NEOM Green Hydrogen เดินหน้าสู่ Commissioning หลังโครงสร้างหลักเสร็จ เตรียมผลิตไฮโดรเจนสีเขียว 600 ตันต่อวัน และส่งออก Green Ammonia ปี 2027
Key facts
- ในด้านการลงทุน ตัวเลขของโครงการสะท้อนขนาดของการเดิมพันได้อย่างชัดเจน โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถระดมเงินกู้แบบ Non-Recourse ได้ประมาณ 6.1 พันล้านดอลลาร์ จากธนาคารและสถาบันการเงินในประเทศและต่างประเทศรวม
- เมื่อมองย้อนกลับไป โครงการได้แสดงความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่อง โดย NGHC รายงานว่า ณ ช่วงต้นปี 2025 การก่อสร้างทั้งโรงงานไฮโดรเจน ฟาร์มกังหันลม โซลาร์ฟาร์ม และระบบสายส่งมีความคืบหน้ารวมประมาณ 80% และในปี 2026 โครงการขยับขึ้นมาแตะระดับประมาณ
- ACWA Power – Financial Close มูลค่า 8.4 พันล้านดอลลาร์
- กรณีของ NEOM จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะโครงการมีสัญญารับซื้อระยะยาวกับ Air Products รองรับอยู่แล้ว แต่การขยายตลาดปลายทางยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม โดย Reuters รายงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ว่า Air Products และ Yara International
- ซาอุฯ เร่งเครื่อง NEOM Green Hydrogen เข้าสู่ช่วง Commissioning เตรียมผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเชิงพาณิชย์ปี 2027
- เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง โรงงานถูกออกแบบให้ผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำได้สูงสุดประมาณ 600 ตันต่อวัน หรือราว 219,000 ตันต่อปี จากนั้นจะนำไฮโดรเจนไปสังเคราะห์เป็น Green Ammonia สูงสุด 1.2 ล้านตันต่อปี
Summary
โครงการนี้มีความมั่นคงด้านการตลาดจากการมีสัญญารับซื้อผลผลิตแอมโมเนียสีเขียวทั้งหมดในระยะยาว 30 ปีกับบริษัท Air Products ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้โครงการสามารถเดินหน้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ
โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในการเดิมพันครั้งใหญ่ของซาอุดีอาระเบียในการสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ภายใต้ Saudi Vision 2030 โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน และเปลี่ยนทรัพยากรด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่มากในประเทศให้กลายเป็นสินค้าพลังงานรูปแบบใหม่สำหรับตลาดโลก
โครงการ NEOM Green Hydrogen ของซาอุดีอาระเบียได้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการก่อสร้างและเริ่มกระบวนการทดสอบระบบ (Commissioning) โดยตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์และส่งออกผลิตภัณฑ์ชุดแรกได้ภายในปี 2027