Thansettakij
ก.ล.ต. สกัดนอมินี คุมผู้ให้เงินทุนเบื้องหลังผู้ถือหุ้นใหญ่ ปิดช่องทุนไม่โปร่งใส
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ก.ล.ต. ยกระดับเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพิ่มการกำกับดูแล ‘ผู้ให้เงินทุนสำคัญ’ เพื่อสะท้อนผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง
Key facts
- กำหนดบทเฉพาะกาล ให้ผู้ประกอบธุรกิจปัจจุบันทบทวนและยื่นคำขอรับความเห็นชอบสำหรับบุคคลที่เข้าข่ายเป็น “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” หรือ “บุคคลที่มีผู้ให้เงินทุนสำคัญเดียวกัน” ตามหลักเกณฑ์ใหม่ ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ
- กำหนดให้ “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการได้มาซึ่งหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจหรือหุ้นของนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ต้องขอรับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.
- กำหนดให้ “บุคคลที่มีผู้ให้เงินทุนสำคัญเดียวกัน***” ต้องนำมานับรวมเพื่อพิจารณาการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ (ในลักษณะเดียวกับการนับรวมคู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
- ยกเว้นการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นในลำดับถัดไป (พิจารณาการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในระดับหน่วยงานเท่านั้น) สำหรับหน่วยงานที่ ก.ล.ต. กำหนด เช่น กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ
- ปรับถ้อยคำกรณีการพิจารณาผู้ถือหุ้นทางอ้อม ให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการและเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์ตามที่เคยเปิดรับฟังความคิดเห็น
- ก.ล.ต. จึงออกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง* โดยประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
Summary
ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดให้ "ผู้ให้เงินทุนสำคัญ" แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ต้องถูกพิจารณาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และต้องขอรับความเห็นชอบด้วย
หลักเกณฑ์ใหม่ครอบคลุมการสนับสนุนทางการเงินทุกรูปแบบ และให้นับรวมบุคคลที่มีผู้ให้เงินทุนสำคัญรายเดียวกันเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นเดียวกัน
กฎเกณฑ์ใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยผู้ประกอบธุรกิจปัจจุบันต้องยื่นขอความเห็นชอบตามเกณฑ์ใหม่ภายใน 90 วัน