Thansettakij
พาณิชย์เปิดข้อมูลต่างชาติถืออสังหาฯ 3.6 หมื่นราย จับตานอมินี 16 จังหวัด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พาณิชย์ เปิดฐานข้อมูลต่างชาติร่วมลงทุนถือโฉนด 36,277 ราย ชลบุรีมากสุด 11,215 ราย ขณะที่ระยองต่างชาติถือหุ้น 100% สูง 46.76% เร่งจับตานอมินี
Key facts
- สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ ตั้งแต่ 49% ขึ้นไป รวม 4,761 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วน 11 ราย บริษัทจำกัด 4,709 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 41 ราย
- พาณิชย์เปิดฐานข้อมูลนิติบุคคลต่างชาติร่วมลงทุนถือโฉนด 36,277 ราย ชลบุรีมากสุด 11,215 ราย ขณะที่ระยองพบต่างชาติถือหุ้น 100% สูงถึง 46.76% เร่งบูรณาการข้อมูลลุยนอมินีทั่วประเทศ
- กรุงเทพมหานคร มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 4,437 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 4,053 ราย (91.35%) ร่วมลงทุน 49.01% - 99.99% จำนวน 201 ราย (4.53%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 183 ราย
- นนทบุรี มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 486 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 457 ราย (94.04%) ร่วมลงทุน 49.01% - 99.99% จำนวน 18 ราย (3.70%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 11 ราย (2.26%)
- สมุทรปราการ มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 2,185 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 1,735 ราย (79.41%) ร่วมลงทุน 49.01% - 99.99% จำนวน 181 ราย (8.28%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 269 ราย (12.31%)
- ปทุมธานี มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 961 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 772 ราย (80.34%) ร่วมลงทุน 49.01% - 99.99% จำนวน 77 ราย (8.01%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 112 ราย (11.65%)
Summary
ภาครัฐกำลังจับตาและตรวจสอบการใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ใน 16 จังหวัดที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญ
กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนและถือครองโฉนดที่ดินจำนวน 36,277 รายทั่วประเทศ
ทั้งนี้ จากข้อมูลกรมที่ดินส่วนหนึ่งพบว่า มีชาวต่างชาติมีความต้องการครอบครองอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยระยะยาวในประเทศไทย ประกอบกับข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างต่อเนื่องภายหลังสถาณการณ์โควิด-19 รวมถึงจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน (คนเกิดน้อยกว่าคนเสียชีวิต 5 ปีติดต่อกัน) ตลอดจนการเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้กำลังซื้อหรือการบริโภคภายในประเทศลดลง ซึ่งคงถึงเวลาที่เราจะต้องทำการศึกษาถึงผลดีและผลเสียของเรื่องนี้อย่างละเอียด