Thairath
“อนุทิน-เอกนิติ” ลั่นตัวเลข GDP ที่ขยับเป้าโตเป็น 2.2% ยังไม่น่าพอใจ ชี้ ศก.ไทย ต้องโตกว่านี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
“นายกฯ” ควงคู่ “เอกนิติ” ประสานเสียงจากออสเตรเลีย ลั่นตัวเลข GDP ปีนี้ที่สภาพัฒน์ขยับเป้าโตเป็น 2.2% ยังไม่น่าพอใจ ชี้เศรษฐกิจไทยต้องโตทะยานไปไกลกว่านี้ มองรัฐบาลมาถูกทางหลังอัดฉีด 4 แสนล้าน
Key facts
- ประสานเสียงจากออสเตรเลีย ลั่นตัวเลข GDP ปีนี้ที่สภาพัฒน์ขยับเป้าโตเป็น 2.2% ยังไม่น่าพอใจ ชี้เศรษฐกิจไทยต้องโตทะยานไปไกลกว่านี้ มองรัฐบาลมาถูกทางหลังอัดฉีด 4 แสนล้าน
- วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 23.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
- วิกฤติค่าครองชีพ เห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ในไตรมาสที่ 2 ปรับเพิ่มขึ้นจากติดลบเป็นบวก 2.7% จากที่เคยติดลบในไตรมาสแรก ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งสะท้อนต้นทุนพุ่งสูงถึงเกือบ 9% ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการ
- วิกฤติกำลังซื้อ ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลง โดยลดลงจาก 3.3% ในไตรมาสที่ 1 เหลือเพียง 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา ซึ่งการตัดสินใจออกมาตรการไทยช่วยไทยพลัสก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง
- เมื่อถาม นายเอกนิติ ว่าพอใจตัวเลขเศรษฐกิจของปีนี้ที่สภาพัฒน์คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2% หรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่ายังไม่พอใจ เพราะมีเรื่องที่ต้องผลักดันเพิ่มเติมคือเรื่องการลงทุนที่เป็นเรื่องที่ต้องขับเคลื่อนเพิ่มเติมอยู่แล้ว
- นายเอกนิติ อธิบายต่อไปว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทย ตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 2 ที่ขยายตัวได้ 1.9% ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 1.7%
Summary
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีพอใจรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ยิ่งกว่าพอใจอีก”
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 23.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้จาก 2% เป็น 2.2% โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจตอนนี้คงจะบอกว่าพอใจไม่ได้
นายเอกนิติ อธิบายต่อไปว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทย ตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 2 ที่ขยายตัวได้ 1.9% ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 1.7% เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลมาถูกทางในการตัดสินใจออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) มีวัตถุประสงค์เพื่อมาประคองเศรษฐกิจ ซึ่งในส่วนแรกได้ใช้ไปกับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60:40”