Siam Blockchain
โอนคริปโตผิดบล็อกเชน ต้องทำอย่างไร? มีทางกู้คืนไหม และป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การโอนผิดบล็อกเชนสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายจากความสับสนในสินทรัพย์ที่รองรับหลายบล็อกเชน หรือที่อยู่รูปแบบ EVM ที่หน้าตาเหมือนกัน
Key facts
- การโอนผิดบล็อกเชนสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายจากความสับสนในสินทรัพย์ที่รองรับหลายบล็อกเชน หรือที่อยู่รูปแบบ EVM ที่หน้าตาเหมือนกัน
- หากโอนเข้ากระเป๋าของตนเอง สามารถนำ Private Key ไปเปิดบนเชนปลายทางเพื่อกู้เงินคืนได้ แต่หากโอนไปยังที่อยู่ที่ไม่จริงเงินจะสูญหายถาวร
- ควรตรวจสอบการรองรับของเครือข่ายทั้งฝั่งถอนและฝั่งรับให้ตรงกันทุกครั้ง ควรทำรายการทดสอบโอนด้วยจำนวนเงินน้อยก่อนโอนจริง
Summary
การโอนคริปโตเคอร์เรนซีผิดเครือข่ายเป็นความผิดพลาดที่พบได้บ่อยเนื่องจากสินทรัพย์หลายชนิด โดยเฉพาะ Stablecoin สามารถอยู่บนหลากหลายบล็อกเชน ส่วนโอกาสในการกู้คืนก็จะขึ้นอยู่กับปลายทางแต่ก็ไม่ทางการันตีว่าจะได้คืนทุกกรณี ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการป้องกันโดยการตรวจสอบเครือข่ายทั้งสองฝั่งให้ถูกต้องเสมอ และควรทดลองโอนด้วยจำนวนเงินน้อยก่อนทำธุรกรรมจริงทุกครั้ง
ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจาก เหรียญคริปโตจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Stablecoin อย่าง USDT หรือ USDC สามารถอยู่ได้บนหลายบล็อกเชนพร้อมกัน เช่น Ethereum (ERC-20), BNB Smart Chain (BEP-20), Tron (TRC-20) และอื่นๆ แต่ถึงแม้ชื่อเหรียญจะเหมือนกัน โครงสร้างพื้นฐานภายในของแต่ละเชนกลับมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รวมถึงมีระบบบัญชี โหนดตรวจสอบ และรูปแบบที่อยู่กระเป๋าเป็นของตัวเอง
ถัดมาคือ ปัญหาการคัดลอกที่อยู่กระเป๋าจากแพลตฟอร์มหนึ่งไปใช้อีกแพลตฟอร์ม โดยไม่ตรวจสอบว่าที่อยู่นั้นรองรับเชนที่จะโอนหรือไม่ เข้าใจผิดว่าที่อยู่กระเป๋ารูปแบบเดียวกันใช้ได้กับทุกเชน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะระหว่างเชนที่ใช้มาตรฐานที่อยู่แบบ EVM ซึ่งหน้าตาที่อยู่เหมือนกัน แต่เครือข่ายเบื้องหลังต่างกัน