← Back to KHAO

กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม.

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้ากระบวนการประนอมภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ว่า ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ หรือ PCA มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม โดยเอกอัครราชทูตคูเปอร์เป็นนักการทูต และนักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุน

Key facts

Summary

นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นละเอียดอ่อนในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมาเคยปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำเม็กซิโก และตัวแทนร่วม หรือ Co-Agent ของรัฐบาลออสเตรเลียในการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

นายสาวใจไทยกล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมโดยสมบูรณ์ทั้ง 5 คนแล้ว โดยฝ่ายไทยมีการแต่งตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนร่วม และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต ทำหน้าที่รองผู้แทน ซึ่งคณะกรรมาธิการประนอมจะกำหนดวันประชุมครั้งแรก ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะสามารถจัดขึ้นได้ภายในเดือนกันยายน 2569 ยังต้องรอฟังรายละเอียดที่แน่นอนอีกครั้ง

นายสาวใจไทย กล่าวย้ำว่า กระบวนการประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล ผลลัพธ์ไม่ใช่คำพิพากษา และมีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะที่ทั้งสองฝ่ายจะนำไปพิจารณา โดยกรรมาธิการทั้ง 5 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง และเข้าใจในบริบทของสถานการณ์ และจะช่วยทำให้ข้อเสนอแนะหรือทางออกมีความสมดุล ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการเสนอมุมมองและชี้แจงข้อเท็จจริง สุดท้ายก็จะต้องพิจารณาว่าข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการว่า ท้ายที่สุดจะเป็นพื้นฐานให้ทั้งสองฝ่ายนำไปพูดคุยต่อไปอย่างไร

Read full article at Matichon →