Matichon
ชาวปราจีนฯ บุกศูนย์ราชการฯ ค้านรบ.เอาปราจีนบุรีเข้า EEC ลั่นปักหลักจนกว่า อนุทิน จะเซ็นยกเลิก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม, นายสุนทร คมคาย นักปกป้องสิทธิมนุษย์ด้านสิ่งแวดล้อม จาก “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง จังหวัดปราจีนบุรี”
Key facts
- เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม, นายสุนทร คมคาย นักปกป้องสิทธิมนุษย์ด้านสิ่งแวดล้อม จาก “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง จังหวัดปราจีนบุรี”
- จังหวัดปราจีนบุรีมีศักยภาพและจุดแข็งด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิง สุขภาพ พื้นที่ต้นน้ำและป่าไม้ที่สำคัญ เช่น ติดอุทยานเห่งชาติเขาใหญ่ น้ำตก จำนวนมาก รวมถึงอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเศรษฐกิจฐาน ทรัพยากรได้
- การศึกษาความเหมาะสมขาดความรอบด้าน ใช้เวลาศึกษาเพียงไม่กี่เดือน ทั้งที่เป็น Ce นโยบายขนาดใหญ่ซึงจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทังจังหวัด
- กฎหมาย EEC ให้ความสําคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เอื้อให้การ พัฒนาที่มุ่งตอบสนองผลประโยชน์ของกล่มทน มากกว่าการค้มครองสิงแวดล้อม สิทธิชมชน และวิถีชีวิตของประชาชนท้องถิน ทําให้ผลประโยชน์จากการพัฒนา ไม่ได้ตกแก่ประชาชนในพื้นที่โดยตรง
- การขยาย EEC จะเร่งการกว้านซื้อที่ดินและเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทําให้คนท้องถิ่นเสียงสุญเสียที่ดินทํากินและวิถีชีวิตดั้งเดิม
- ความต้องการใช้นํ้าของภาคอตสาหกรรม นําไปส่การสร้างเชื่อนเพิ่มเติมในผืนป่า มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยอ้างเพื่อการเกษตร ก่อให้เกิดความสุูญเสียต่อ ป่าต้นนํ้า ความหลากหลายทางชี่วภาพ และคุณค่ามรดกโลกที่เป็นสมบัติของ คนไทยทุกคน
Summary
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม, นายสุนทร คมคาย นักปกป้องสิทธิมนุษย์ด้านสิ่งแวดล้อม จาก “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง จังหวัดปราจีนบุรี”
กลุ่มประชาชนยืนยันว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการแสดงออกโดยสันติ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นและข้อเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐ พร้อมต้องการให้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างแท้จริง ก่อนเดินหน้าดำเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่
ก่อนแสดงพฤติกรรมโปรยธนบัตรลงบนพื้น ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมติดตามเหตุการณ์ โดยมีการใช้ถ้อยคำเปรียบเปรยทำนองว่า “ผู้ว่าคล้ายผู้ว่ารวยไม่ไหวแล้ว” การแสดงดังกล่าวมีลักษณะเป็นการสื่อเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนความไม่พอใจและตั้งข้อสังเกตต่อประเด็นโรงงานของกลุ่มทุนจีน และการบริหารจัดการของภาครัฐในพื้นที่ ขณะที่ข้อกล่าวหาหรือข้อสงสัยต่างๆ ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ถูกพาดพิงต่อไป
ทางผู้ชุมนุมรอฟังคำตอบจากรัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ต่อข้อเรียกร้องที่ประชาชนได้ยื่นไว้ การพัฒนาที่แท้จริงต้องไม่ทำให้คนบางกลุ่มได้รับประโยชน์ ขณะที่ ประชาชนในพื้นที่ต้องเป็นผู้แบกรับต้นทุนจากการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่เกษตร สิทธิชุมชน และวิถีชีวิตของตนเอง ผืนดิน ป่าไม้ แหล่งน้า พื้นที่เกษตร และ วิถีชีวิตของคนปราจีนบุรี ไม่ควรถูกนำไปแลกกับ การพัฒนาที่ประชาชนไม่มีส่วนกำหนด ปราจีนบุรีไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับรองรับการ ขยายตัวของอุตสาหกรรม