Matichon
EGCO Group รุกตลาดสหรัฐฯ ขยายฐานสู่ก้าวต่อไปของการเติบโต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำหรับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เส้นทางสู่การเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน แต่ยังขยายไปถึงตลาดไฟฟ้าสำคัญของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่นิวเจอร์ซีย์และเพนซิลเวเนีย ไปจนถึงแมสซาชูเซตส์ เมน และโอไฮโอ
Key facts
- ภายในเวลาเพียง 5 ปี EGCO Group ได้สร้างพอร์ตโฟลิโอในสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติซึ่งมีบทบาทต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว
- ณ เดือนสิงหาคม 2569 การลงทุนของ EGCO Group ในสหรัฐฯ คิดเป็นกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,581 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 23% ของกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมดของ EGCO Group
- EGCO Group เริ่มลงทุนในสหรัฐฯ ในปี 2564 ด้วยการเข้าถือหุ้นใน Linden Cogen โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ในเมืองลินเดน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2568 บริษัทเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 38%
- ในปี 2566 หน่วยผลิตหนึ่งของ Linden Cogen คือ Linden Cogen หน่วยที่ 6 ได้รับการปรับปรุงให้รองรับการผสมก๊าซไฮโดรเจนกับก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 10%
- กลยุทธ์ของ EGCO Group ในสหรัฐฯ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การลงทุนในสินทรัพย์ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว บริษัทยังถือหุ้น 17.46% ใน Apex Clean Energy ผู้พัฒนาโครงการพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
- Apex มีความเชี่ยวชาญตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การขออนุญาต การจัดหาเงินทุน การก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 บริษัทมีโครงการระหว่างพัฒนารวมกว่า 57 กิกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 698 เมกะวัตต์
Summary
การขยายธุรกิจของ EGCO Group ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดไฟฟ้าสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ โดยมี Data Center และ AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการใช้ไฟฟ้า ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น การลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง และการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนและการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าเดิมทำให้ความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้ามีความสำคัญมากขึ้น ส่งผลให้โรงไฟฟ้าสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
ภายในเวลาเพียง 5 ปี EGCO Group ได้สร้างพอร์ตโฟลิโอในสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติซึ่งมีบทบาทต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว ตลอดจนการลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่
สหรัฐฯ จึงเป็นหนึ่งในฐานยุทธศาสตร์ที่ช่วยกระจายพอร์ตโฟลิโอ สร้างโอกาสเติบโต และเพิ่มความสมดุลระหว่างสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ในปัจจุบันกับธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคตของ EGCO Group