← Back to KHAO

คณะอนุฯ เคาะร่าง PDP2026 ลุยพลังงานหมุนเวียนสูงสุด 80% จ่อเฮียริ่งต้น ก.ย. ก่อนใช้ปีนี้

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ( PDP 2026) ที่มี นายทศพร ศิ ริสัมพันธ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้พิจารณาสัดส่วนเชื้อเพลิงหลักการผลิตไฟฟ้าแต่ละชนิด ซึ่งมีการจัดทำ scenarios เพื่อเสนอนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ( Public Hearing) ได้ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้

Key facts

Summary

ทั้งนี้ร่างแผน PDP 2026 ได้ข้อสรุปในประเด็นโครงสร้างระบบไฟฟ้าไทยในระยะยาวภายใต้ความสมดุลระหว่าง 3 เป้าหมายทั้งความมั่นคงของระบบ ต้นทุนค่าไฟฟ้า และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากขึ้น หรือไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อสอดคล้องเป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมทั้งรองรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดของภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการใช้ไฟฟ้าสีเขียวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล

โดยรายละเอียดร่างแผน PDP 2026 (ปี 2569-2593) ที่คณะอนุฯ เห็นชอบวานนี้ มีการจัดทำ scenarios จำนวน 4 ทางเลือก ซึ่งแต่ละ scenarios จะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 60% สูงสุด 80% ขณะที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ( Small Modular Reactor หรือ SMR) จะมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นซึ่งอยู่ในกรอบประมาณ 2,400-4,000 เมกะวัตต์ บาง scenarios จะมากกว่า 4,000 เมกะวัตต์ กำหนดในช่วง 10 ปีแรกของแผน ยังคงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ขณะที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติจะปรับลดลงจากแผนเดิม ส่วนเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ โดยเฉพาะระบบกักเก็บพลังงาน ( BESS) จะเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีระบบกักเก็บพลังงานที่สร้างความมั่นคงให้กับระบบ พร้อมทั้งมองว่าพลังงานหมุนเวียนมีต้นทุนลดลงมาก อย่างไรก็ตามยังคงตั้งเป้าไม่ให้ราคาค่าไฟตลอดทั้งแผนเฉลี่ยไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย

Read full article at Kaohoon →