← Back to KHAO

ฟันธง! “พูดว่ายกที่ดินให้วัด” ต้องไม่จบแค่คำพูด — เร่งสะสางที่ดินวัดค้างนาน อย่าปล่อยศรัทธาแพ้ความโลภ

6 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569  นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง กลุ่มม 16 ด้านศิลปะและวัฒนธรรมฯ จ.เชียงราย และอดีตอนุกรรมาธิการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาที่ดินวัดว่า กรณีวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นกับวัดอีกหลายแห่ง คือประชาชนถวายที่ดินให้วัดแล้ว วัดใช้ประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนามานาน แต่เอกสารทางราชการกลับยังไม่เรียบร้อย จนเรื่องยืดเยื้อเป็นเวลาหลายสิบปี

Key facts

Summary

กรณีวัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมคณะจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น เดินทางเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัด เพื่อพูดคุยและติดตามปัญหาที่ดิน โดยมีการยืนยันว่าการจัดตั้งวัดดำเนินการถูกต้องและมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่ปี 2541 ส่วนปัญหาที่ค้างอยู่คือเรื่องเอกสารโฉนดที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อวัด และมีการประสานหน่วยงานที่ดินเพื่อเดินหน้าตามขั้นตอนต่อไป

“ผมมองว่าถ้าพูดด้วยวาจาว่ายกที่ดินให้วัด ก็ต้องเอาคำพูดนั้นมาพิจารณา ไม่ใช่บอกว่าไม่มีเอกสารแล้วไม่มีความหมายเลย แต่การจะเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในโฉนดต้องทำตามกฎหมายและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบ ว่าใครเป็นเจ้าของ ที่ดินถูกถวายจริงหรือไม่ วัดรับไว้หรือไม่ และมีการใช้ประโยชน์ต่อเนื่องอย่างไร” นายณพลเดชกล่าว

กรณีวัดป่าอดุลยารามจึงน่าสนใจตรงที่หลวงพ่อบอกว่ารอเรื่องโฉนดมาประมาณ 30 ปี ขณะที่ฝ่ายที่เข้ามาติดตามเรื่องยืนยันว่าขั้นตอนการจัดตั้งวัดมีความชัดเจนแล้ว และจากนี้จะเร่งดำเนินการเรื่องเอกสารให้ถูกต้อง ข่าวยังระบุด้วยว่า ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองได้พูดกับญาติโยมว่าเรื่องนี้ควรทำให้เรียบร้อย และไม่ควรปล่อยให้ค้างต่อไปอีก

Read full article at Ban Muang →