Matichon
พชร ชี้ยุทธศาสตร์การลงทุนของไทยต้องสร้างสมดุล จี้รัฐทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิต เสนอ 4 แนวทาง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แสดงความเห็นถึงทิศทางและยุทธศาสตร์การลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทยในปัจจุบัน โดยกล่าวถึงแนวคิด Trickle-Down Effect เบื้องหลังของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยตั้งแต่แผนพัฒน์ฉบับแรกถึงปัจจุบัน ที่เชื่อว่า การทุ่มสิทธิประโยชน์ให้นักลงทุนรายใหญ่หรืออุตสาหกรรมดาวรุ่งก่อน แล้วผลประโยชน์จะไหลลงมาสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานเองในที่สุดนั้น จะใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อประเทศมีกลไกบังคับหรือส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดมูลค่าอย่างเป็นรูปธรรม
Key facts
- พชรยอมรับว่าตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ผลิต EV เข้ามาตั้งฐานการผลิตจริงในไทยจำนวนมาก ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญา โดยข้อมูลจาก BOI ระบุว่า มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม EV ไปแล้วกว่า 198 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 137,000 ล้านบาท
- อย่าเลือกอุตสาหกรรมแทนตลาด โดยระบุว่ารัฐบาลไม่ควรตัดสินใจแทนตลาดว่าอุตสาหกรรมไหนควรอยู่หรือควรไป เพราะเทคโนโลยีและความต้องการผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วกว่านโยบายเสมอ หน้าที่ของรัฐคือสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช้มาตรการภาษีหรือแรงจูงใจไปบิดเบือนทิศทางตลาดจนอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งถูกบังคับให้ล้มก่อนเวลาอันควร
- ปฏิบัติต่อนักลงทุนทุกรายอย่างเท่าเทียม การให้สิทธิพิเศษเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่หรือรายที่มาทีหลัง จนนักลงทุนรายเดิมเสียเปรียบ เป็นการทำลายความเชื่อมั่นในระยะยาว เพราะส่งสัญญาณว่ากติกาสามารถเปลี่ยนได้ตามแรงกดดันของแต่ละยุคสมัย
- วางเงื่อนไขให้เกิดการแชร์มูลค่าจริง โดยเสนอให้วัดความสำเร็จของการลงทุนจากสัดส่วนชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงานไทย และการสร้างศูนย์วิจัยพัฒนาในประเทศ ไม่ใช่แค่ตัวเลขเม็ดเงินลงทุนที่ประกาศ
- สร้างความชัดเจนและต่อเนื่องของนโยบาย พชรย้ำว่านักลงทุนไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่กลัวความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐ และเรียกร้องให้มาตรการภาษีและทิศทางยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมมีวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ชัดเจน ไม่ผันผวนไปตามการเมืองระยะสั้น
- นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แสดงความเห็นถึงทิศทางและยุทธศาสตร์การลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทยในปัจจุบัน โดยกล่าวถึงแนวคิด Trickle-Down Effect
Summary
พชรยอมรับว่าตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ผลิต EV เข้ามาตั้งฐานการผลิตจริงในไทยจำนวนมาก ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญา โดยข้อมูลจาก BOI ระบุว่า มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม EV ไปแล้วกว่า 198 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 137,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตรถ แบตเตอรี่ ไปจนถึงสถานีชาร์จ เรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่มากกว่าตัวเลขของจำนวนโรงงาน รัฐต้องตอบให้ได้ว่า เกิดการผลิตและจ้างงานมากน้อยแค่ไหน และมูลค่าที่เกิดขึ้นนี้กระจายไปถึงซัพพลายเชนไทย ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย และแรงงานไทยเท่าไหร่
พชรกล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ควรถูกมองเป็นการเลือกข้างระหว่างอุตสาหกรรมเก่ากับอุตสาหกรรมใหม่ ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดึงการลงทุนระยะยาวมักไม่ทุ่มทุกอย่างไปกับเทรนด์ใดเทรนด์หนึ่ง แต่เน้นแชร์ส่วนร่วมของมูลค่าการผลิต (value capture) ให้ได้มากที่สุดจากทุกอุตสาหกรรมที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเดิมที่สั่งสมมากว่า 60 ปี หรืออุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังไหลเข้ามาตามกระแสโลก
“ถ้าไม่มีกลไกเหล่านี้ Trickle-Down จะไม่เกิดขึ้นเอง เม็ดเงินลงทุนจะกระจุกอยู่ที่ผู้เล่นรายใหญ่และซัพพลายเชนที่นำเข้าจากต่างประเทศ” พชรกล่าว พร้อมระบุว่า สิ่งนี้เป็นความเสี่ยงร่วมกันของทั้งอุตสาหกรรม EV และ Data Center เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรมใช้เงินลงทุนสูงแต่จ้างงานในประเทศต่อหน่วยการลงทุนค่อนข้างต่ำ หากไม่มีการวางเงื่อนไขที่ดีตั้งแต่ต้น