Kaohoon
“ศุภจี” เร่งตั้งล้งมะพร้าว 12 แห่ง รับผลผลิตพุ่ง 13% สกัดราคาดิ่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569
- นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นระบบ หลังผลผลิตเพิ่มขึ้นและราคาผันผวน โดยช่วงปลายปีที่ผ่านมา ราคามะพร้าวน้ำหอมเคยลดลงเหลือเพียง 2–3 บาทต่อลูก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้น
- กระทรวงพาณิชย์จึงเตรียมมาตรการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะกลางถึงระยะยาว โดยกรมการค้าภายในจะเร่งเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตไปยังตลาดนอกพื้นที่ ผ่านห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สถานที่ราชการ รวมถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย”
Summary
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นระบบ หลังผลผลิตเพิ่มขึ้นและราคาผันผวน โดยช่วงปลายปีที่ผ่านมา ราคามะพร้าวน้ำหอมเคยลดลงเหลือเพียง 2–3 บาทต่อลูก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ราคาที่เกษตรกรได้รับหน้าสวนอยู่ที่ประมาณ 9.00–10.50 บาทต่อลูก และราคาล้งรับซื้อประมาณ 10.50–12 บาทต่อลูก
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่า ปี 2569 ประเทศไทยจะมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 475 ล้านลูก เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2568 ที่มีประมาณ 420 ล้านลูก โดยช่วงเดือนสิงหาคม–พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตออกมาก อาจมีผลผลิตสูงถึงประมาณ 1.7–2 ล้านลูกต่อวัน ขณะที่พื้นที่บ้านแพ้วและพื้นที่โดยรอบอาจมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 400,000 ลูกต่อวัน
กระทรวงพาณิชย์จึงเตรียมมาตรการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะกลางถึงระยะยาว โดยกรมการค้าภายในจะเร่งเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตไปยังตลาดนอกพื้นที่ ผ่านห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สถานที่ราชการ รวมถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย” ขณะที่พาณิชย์จังหวัดจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และองค์การคลังสินค้า (อคส.) จะร่วมสนับสนุนการดูดซับผลผลิต