The Standard
ยศชนันมอบ OKMD ผลักดัน Thailand Brain Initiative ปลดล็อกศักยภาพสมองคนไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดแนวคิดจัดตั้ง ‘Thailand Brain Initiative’ วางวิทยาศาสตร์สมองเป็นฐานสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพคนไทยตั้งแต่วัยเด็ก วัยทำงาน ผู้พิการ จนถึงผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด ‘Every Mind, Full Potential’
Key facts
- ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวระหว่างการบรรยายในงาน ‘Brain Longevity Bootcamp 2026’ ซึ่ง OKMD ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กรุงเทพมหานคร จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 ณ ห้องสมุดสิ่งแวดล้อม สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)
- ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดแนวคิดจัดตั้ง ‘Thailand Brain Initiative’ วางวิทยาศาสตร์สมองเป็นฐานสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพคนไทยตั้งแต่วัยเด็ก
- พร้อมมอบหมายสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เป็นโต้โผเชื่อมเครือข่ายมหาวิทยาลัย นักวิจัย แพทย์ วิศวกร ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายศาสตร์ ร่วมพัฒนา Framework ผลักดันสู่กรอบระดับชาติ
- ถ้าเราทำเทคโนโลยีขึ้นมาแล้วสร้างความหวังให้คนพิการ แต่สุดท้ายไม่สามารถทำให้เขาใช้ได้จริง ก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้เทคโนโลยีมีคุณภาพดี ราคาประหยัด และขยายผลได้”
Summary
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายประเทศให้ความสำคัญกับการศึกษาสมองอย่างจริงจัง ทั้งโครงการ Blue Brain Project และ Brain Initiative ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนำไปสู่การลงทุนด้านงานวิจัยและองค์ความรู้จำนวนมาก ขณะที่ประเทศไทยเองมีฐานความรู้ นักวิจัย และบริบทเฉพาะที่สามารถสร้างความได้เปรียบ โดยเฉพาะการศึกษาสมองและพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับสุขภาวะ จิตใจ การทำสมาธิ ความรู้สึก ตลอดจนวัฒนธรรมและประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส
พร้อมมอบหมายสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เป็นโต้โผเชื่อมเครือข่ายมหาวิทยาลัย นักวิจัย แพทย์ วิศวกร ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายศาสตร์ ร่วมพัฒนา Framework ผลักดันสู่กรอบระดับชาติ หวังสร้างความเชี่ยวชาญด้าน Brain Science ของไทย และต่อยอดสู่ New Growth Engine ภายใต้เศรษฐกิจที่แข่งขันด้วยปัญญามากกว่าต้นทุน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า หากประเทศไทยสามารถลงลึกถึงกลไกการทำงานของ Neurocircuit หรือวงจรประสาท เข้าใจว่าอารมณ์ ความรู้สึก และกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิดการกระตุ้นของสมองอย่างไร เชื่อมโยงกับฮอร์โมนและระบบชีวภาพอย่างไร จะช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาที่ปัจจุบันอาศัยประสบการณ์และความรู้สึก ไปสู่องค์ความรู้ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสามารถนำไปสร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ได้