The Standard
นวัตกรรมภาคเหนือ จากทุนวิจัยสู่การใช้จริง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ทุนวิจัยและนวัตกรรมใน ภาคเหนือ เริ่มต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง ตั้งแต่แพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยไมเกรน เทคโนโลยี VR สำหรับเด็กออทิสติก ไปจนถึงหุ่นยนต์สอน Coding แต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือทำอย่างไรให้นวัตกรรมเหล่านี้ขยายผลได้โดยไม่หยุดอยู่เพียงต้นแบบหรือโครงการที่ได้รับทุน
Key facts
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ระบุว่า ผลการประเมินโครงการนวัตกรรมระดับภูมิภาคที่สนับสนุน SMEs สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจเพื่อสังคมในช่วงปี 2566-2567 มีมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 4,660 ล้านบาท
- บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการประมาณ 40 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 100 ล้านบาทในช่วง 3 ปี พร้อมขยายการใช้งานไปยังโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ รวมถึงตลาดต่างประเทศในเอเชีย
- บริษัทมีรายได้ปัจจุบันประมาณ 15 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 50 ล้านบาทภายใน 3 ปี แต่การขยายตลาดโดยเฉพาะในต่างประเทศยังขึ้นอยู่กับการทดสอบทางคลินิกและการผ่านมาตรฐานกำกับดูแล ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของธุรกิจที่พัฒนาจากงานวิจัยด้านสุขภาพ
- ผู้ประกอบการระบุว่าปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 70 ล้านบาท และมีการใช้งานในราว 200 โรงเรียน โดยตั้งเป้าขยายไปยังโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ และตลาดผู้ปกครอง ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีการศึกษาที่พัฒนาขึ้นในประเทศเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
- ผู้ประกอบการระบุว่าปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 4.67 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 14.4 ล้านบาทภายใน 3 ปี
- ทุนวิจัยและนวัตกรรมใน ภาคเหนือ เริ่มต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง ตั้งแต่แพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยไมเกรน เทคโนโลยี VR สำหรับเด็กออทิสติก ไปจนถึงหุ่นยนต์สอน Coding
Summary
การติดตามผลโครงการวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ภาคเหนือของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สะท้อนภาพหนึ่งของความพยายามเปลี่ยนเงินทุนวิจัยไปสู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมีทั้งนวัตกรรมด้านสุขภาพ การศึกษา เทคโนโลยีชีวภาพ และธุรกิจที่ต่อยอดจากทรัพยากรท้องถิ่น
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ระบุว่า ผลการประเมินโครงการนวัตกรรมระดับภูมิภาคที่สนับสนุน SMEs สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจเพื่อสังคมในช่วงปี 2566-2567 มีมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 4,660 ล้านบาท
คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุน ววน. ซึ่งมี นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นประธาน เสนอให้พิจารณากลไกที่จะช่วยให้นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นอีกขั้นของการเชื่อมงานวิจัยกับบริการสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้