The Standard
2 รมช.มหาดไทย เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีเกาะพะงัน สแกน 104 บริษัท 124 แปลงที่ดิน สั่งจบภายใน 30 วัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (14 สิงหาคม) เวลา 09.30 น. ที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พลพีร์ สุวรรณฉวี และ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบปัญหาการถือครองที่ดินผ่านนอมินี รวมถึงธุรกิจผิดกฎหมาย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งกรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
Key facts
- วันนี้ (14 สิงหาคม) เวลา 09.30 น. ที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พลพีร์ สุวรรณฉวี และ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบปัญหาการถือครองที่ดินผ่านนอมินี รวมถึงธุรกิจผิดกฎหมาย
- พลพีร์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีเคยลงพื้นที่เกาะพะงันเมื่อ 2-3 เดือนก่อน แต่ปัญหาหลายเรื่องยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องลงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะปัญหานอมินี ทุนเทา แรงงานต่างด้าว และการจดทะเบียนนิติบุคคล
- ต่อมาเวลา 15.00 น. พลพีร์เปิดเผยผลการลงพื้นที่ว่า หนึ่งในเป้าหมายเป็นธุรกิจโรงแรมที่เปิดมาประมาณ 4 ปี แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม แม้เบื้องต้นพบว่าคนไทยถือหุ้นมากกว่าต่างชาติ
- นอกจากกลุ่มชาวอิสราเอล ยังพบความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติจากสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และลิทัวเนีย โดยฝ่ายปกครองเตรียมแจ้งความดำเนินคดีและตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะเดียวกันพบคนไทยอีกรายถือหุ้นในบริษัทมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท
Summary
พลพีร์ยืนยันว่า หากพบผู้มีอิทธิพลหรือบุคคลใดเข้ามาช่วยเหลือนอมินี จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่เกรงกลัว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง หากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบ 104 บริษัทที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติมากกว่าคนไทย และเกี่ยวข้องกับที่ดินรวม 124 แปลง โดยจะตรวจสอบทั้งโครงสร้างการถือหุ้นและที่ดินทุกแปลง หากพบการถือครองผิดกฎหมายจะดำเนินการตามขั้นตอนทันที ส่วนบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่าคนไทยก็จะตรวจสอบต่อว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือไม่ พร้อมกำหนดกรอบเวลา 30 วันให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จ
ต่อมาเวลา 15.00 น. พลพีร์เปิดเผยผลการลงพื้นที่ว่า หนึ่งในเป้าหมายเป็นธุรกิจโรงแรมที่เปิดมาประมาณ 4 ปี แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม แม้เบื้องต้นพบว่าคนไทยถือหุ้นมากกว่าต่างชาติ แต่เมื่อตรวจโครงสร้างบริษัทพบการถือหุ้นไขว้ระหว่างบริษัทอีก 3-4 แห่ง และคนไทยรายเดียวกันยังเป็นกรรมการในอีก 9 บริษัท จึงสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายนอมินีหรือไม่