← Back to KHAO

ยศชนัน ดันอุดรฯ เป็นพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมแพทย์ไทย นำร่อง 4 ผลิตภัณฑ์ใช้จริงในระบบ 30 บาท

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าวยืนยัน

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารจากทั้ง 2 กระทรวง หน่วยงานในจังหวัดอุดรธานี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.อุดรธานี ลงพื้นที่โรงพยาบาลอุดรธานี เพื่อเยี่ยมชมการนำผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสุขภาพจากบัญชีนวัตกรรมไทยไปใช้ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค) โดยมีเป้าหมายในการผลักดันนวัตกรรมการแพทย์ไทยเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี พญ.ศรีสุดา ทรงธรรมวัฒน์

Key facts

Summary

นายยศชนันได้เยี่ยมชมการให้บริการจริงในหลายแผนก ทั้งตึกเวชกรรมสังคมศาสตร์คลินิกวัณโรค และตึกศัลยกรรม พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากนวัตกรรมไทย 4 รายการสำคัญ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม นวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงประกอบด้วย ถุงทวารเทียม สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งดึงเอายางพาราไทยมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้นและออกแบบมาให้แป้นติดผิวหนังมีความกระชับ

ในส่วนของการวินิจฉัยและป้องกันโรค ได้มีการนำเสนอ ระบบปัญญาประดิษฐ์อ่านภาพรังสีทรวงอก (AI CXR) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยรังสีแพทย์ในการวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ปอดที่มีปริมาณมาก โดยระบบสามารถระบุตำแหน่งและประเมินความเสี่ยงของโรคต่างๆ เช่น วัณโรค ภาวะปอดบวมน้ำ หรือก้อนเนื้อ ทำให้แพทย์สามารถจัดลำดับความเร่งด่วนในการรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น และยังมีการจัดแสดงวัคซีนป้องกันโรคไอกรน (Pertagen) ซึ่งเป็นนวัตกรรมวัคซีนที่ปลอดภัยและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี

ในโอกาสนี้นายยศชนันได้มอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้คือการสร้าง เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ผ่านแนวคิด Scientific Wellness ที่เชื่อมโยงเป็น Value Chain ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางคือภาคการเกษตร เช่น การยกระดับยางพาราไทยให้เป็นเกรดการแพทย์ ไปจนถึงปลายทางคือการผลิตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วประโยชน์ทั้งหมดจะหมุนเวียนกลับมาดูแลคนไทย ถ้าประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะวิ่งกลับมาเป็นสวัสดิการของคน ทุกอย่างเป็น Value chain ทั้งหมด