← Back to KHAO

อรรถสิทธิ์ พานแก้ว | โจทย์ใหญ่รัฐบาล กับเส้นทางบังคับ ล็อกเป้าคุมอาวุธปืน

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

อาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องของ ”อาวุธปืน” กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุอาชญากรรม 2 ครั้งติดกันในช่วงเวลาไม่ถึง 1 อาทิตย์ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ครั้งแรกมาจากเยาวชนนำปืนของผู้ปกครองเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่โรงเรียนนำมาซึ่งความสูญเสียจำนวนมาก ครั้งที่สองจากกรณีอดีตส.ส. ใช้อาวุธปืนยิงนายกอบจ. คู่กรณีในพื้นที่ทำการขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั้งสองกรณีมีความเหมือนที่ต่างกัน คือ เกิดเหตุในสถานที่ราชการ ในเวลากลางวัน และกระทำอย่างอุกอาจทั้งคู่

Key facts

Summary

และขยายความว่า ตนไม่ได้หมายความว่ากฎหมายห้ามประชาชนป้องกันตัว แต่ต้องการเตือนถึงผลที่ตามมาจากการใช้อาวุธปืน เพราะเมื่อเกิดการยิงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัย การป้องกันตัว หรือการกระทำที่อ้างว่าพอสมควรแก่เหตุ ผู้ใช้อาวุธก็อาจต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ถูกดำเนินคดี และพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาล

จากข้อมูลสำหรับประเทศไทย พบว่า เรื่องของอาวุธปืนถูกกำกับควบคุมภายใต้พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ซึ่งเป็นกฎหมายหลัก และผ่าสการแก้ไขมาแล้ว 9 ครั้ง ครั้งล่าสุดปี 2543 เป็นเพียงการปรับค่าธรรมเนียม โดยกฎหมายกำหนดให้ขอใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ได้ใน 3 กรณีเท่านั้น คือป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน กีฬา และล่าสัตว์ เมื่อเทียบกับนานาประเทศแล้ว ไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่หลายจุด

โดยเรื่องแรกที่อยากให้พิจารณาในเรื่องนี้ คือ กฎหมายที่ใช้บังคับมากว่า 75 ปี ไม่สามารถควบคุมปริมาณปืนเถื่อนที่เพิ่มขึ้นได้เลย เพราะช่องโหว่สำคัญอยู่ที่ขั้นตอนเรื่องการอนุญาต กล่าวคือระหว่างที่ประชาชนได้ใบอนุญาตให้ซื้อปืน (แบบ ป.๓) กับใบอนุญาตให้มีและใช้ปืนจริง (แบบ ป.๔) กฎหมายไม่ได้กำหนดกรอบเวลาบังคับหรือบทลงโทษไว้เลยว่าถ้าไม่ไปขอ ป.๔ ตามกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น มีเพียงข้อความในใบคู่มือประจำปืนที่เขียนกำกับไว้ลอย ๆ ว่า “ไม่ช้ากว่า 15 วัน”

Read full article at Matichon →