Prachachat
พาณิชย์ บุกเกาะพะงัน ลุยนอมินีโรงแรม-วิลล่าหรู พบคนไทยถือหุ้นหลายบริษัท ส่ออำพรางต่างชาติ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พาณิชย์สนธิกำลังมหาดไทยบุกเกาะพะงัน ตรวจ 4 เป้าหมายเสี่ยงนอมินี ทั้งรีสอร์ตขนาดใหญ่ วิลล่าให้เช่า ร้านกัญชา และวิลล่าหรู พบพิรุธคนไทยเป็นกรรมการ-ผู้ถือหุ้นหลายบริษัท บางรายตอบที่มาการลงทุนไม่ได้ครบถ้วน ขณะที่ มท.2 สั่งตรวจนิติบุคคล 104 ราย ถือครองที่ดิน 124 แปลง ย้ำพบคนไทยรับผลประโยชน์อำพรางต่างชาติ ดำเนินคดีเด็ดขาด
Key facts
- จับตา 104 นิติบุคคล ถือครองที่ดิน 124 แปลง
- นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ได้มอบหมายให้ หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมทีมปราบนอมินี กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย
- จุดที่ 2 เป็นวิลล่าให้เช่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลกำลังเข้าพัก โดยให้ข้อมูลว่าเช่าวิลล่าในราคาคืนละหลายหมื่นบาท และชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่ต้นทางในประเทศอิสราเอล ไม่ได้จ่ายค่าเช่าเป็นเงินบาท
- วิลล่าหรูบนเขาปิดเงียบ เร่งสอบการถือครองที่ดิน
- นายพูนพงษ์กล่าวว่า หากตรวจสอบพบคนไทยมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ รับเงินหรือผลประโยชน์ และยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้คนต่างด้าว จะถูกดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
Summary
“อยากฝากถึงผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย หรือผู้ให้คำแนะนำการลงทุนทั้งหลาย ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมฯ พร้อมอำนวยความสะดวก และอยากฝากถึงคนไทยที่มีพฤติกรรมช่วยเหลือ หรือมีส่วนสนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินี อยากให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว โดยขอให้เห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ” นายพูนพงษ์กล่าว
แต่ละหน่วยงานจะตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ โดยกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทรวงแรงงานตรวจสอบการใช้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
นายพูนพงษ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายตรวจสอบ 4 จุด โดยจุดแรกเป็นโรงแรมรีสอร์ตขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 25 ไร่ เจ้าหน้าที่พบกรรมการคนไทยซึ่งเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ามีชื่อถือหุ้นอยู่ในหลายบริษัท และมีชาวต่างชาติร่วมลงทุน