Prachachat
โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“โตโยต้า-ฮอนด้า” ออกโรงกดดันรัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้เกิด “แฟร์เพลย์” ระหว่างรถยนต์ผลิตในประเทศ กับรถอีวีนำเข้า เพื่อรักษาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้แข็งแรง ชำแหละมาตรการรัฐมุ่งส่งเสริมใช้รถอีวี แต่ไม่ช่วยอุตสาหกรรมอีวีในประเทศไทย อุดหนุน “อีวีจีน” นำเข้าถูกกว่ารถผลิตในประเทศ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิต 6 ค่ายรถญี่ปุ่นผนึกกำลังขอผ่อนผันยืดเวลาบังคับใช้ภาษีใหม่รถไฮบริด “เอกนิติ” รับลูกแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เร่งปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต“รถนำเข้า”
Key facts
- หากมองในเรื่องของอีโคโนมีออฟสเกล ประเทศจีนการขายรถในระดับ 20 ล้านคัน แม้ว่าปัจจุบันยอดขายลดลงไป 7-8% ขณะที่ประเทศไทยยอดขายปีละ 6 แสนคัน เท่ากับจีนขายรถเพียง 2 สัปดาห์ เท่ากับตลาดประเทศไทยทั้งปี
- ว่า การปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ตามแนวทางที่รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุนั้นจะเร่งให้เสร็จภายในเดือน ก.ย. นี้ ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับโครงสร้างภาษีรถยนต์ในประเทศที่เพิ่งเริ่มใช้ในปี 2569 แต่อย่างใด แต่จะเป็นการปรับเพิ่มเพดานอัตราภาษีรถนำเข้า
- เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามส่งเสริมรถยนต์อีวี โดยมีมาตรการสนับสนุนเงินมูลค่า 100,000 บาท และ 50,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจากภาษี ขณะที่ค่ายรถบางรายอาศัยช่องว่างดังกล่าวนำเข้ารถมาจำหน่าย
- นายศุภกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่รถยนต์ผลิตในประเทศไทยต้องเสียภาษีในทุกขั้นตอน ส่วนรถนำเข้าจากจีนเสียภาษี 8% และยังได้การสนับสนุนมาตรการทางภาษีจากมาตรการรัฐบาลอีก เรียกว่าค่ายรถจีนได้ภาษีคืนไปหมด
- ปัจจุบันฐานการผลิตรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องกำลังการผลิต โดยโรงงานที่จังหวัดปราจีนบุรีมีการผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 6 รุ่น และจะเพิ่มอีก 2 รุ่นภายในปี 2029 ภายใต้กำลังผลิต ที่ 150,000 คันต่อปี ซึ่งค่อนข้างแน่นแล้ว
Summary
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาโตโยต้าได้เข้าหารือกับภาครัฐ ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความเป็นจริง โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย และรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน
“เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามส่งเสริมรถยนต์อีวี โดยมีมาตรการสนับสนุนเงินมูลค่า 100,000 บาท และ 50,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจากภาษี ขณะที่ค่ายรถบางรายอาศัยช่องว่างดังกล่าวนำเข้ารถมาจำหน่าย โดยที่ไม่มีแผนงานชัดเจนในการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตรงนี้ทำให้ผู้ที่ตั้งใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเสียเปรียบ”
ประกอบกับเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศมากกว่า ผู้ที่ใช้ช่องโหว่ทางภาษีมาเป็นโอกาสในการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่าย ส่งผลให้ประเทศต้องสูญเสียภาษีที่ควรต้องจัดเก็บมาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป