Bangkok Today
“บิ๊กหม่อง” ร้อง “ทรงศักดิ์” ทบทวนนโยบายจัดสรรงบประมาณสู่สมาคมกีฬาฯ หลังปี 70 งบเหลือ 1,300 ลบ.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“บิ๊กหม่อง”นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา นายกสมาคมกีฬาสควอชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ไปสู่สมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ว่า
Key facts
- ซึ่งปกติฝ่ายเป็นเลิศที่ดูแลโดยสมาคมกีฬาจะใช้งบประมาณรวมทุกสมาคมกีฬาอยู่ที่ราวๆ 2,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งงบประมาณตรงนี้ก็จะรวมทุกกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และ บุคคลากรกีฬา
- ในเรื่องนี้ ผมได้เคยแย้งไปแล้วว่า งบประมาณใหม่ที่กองทุนฯจัดสรรเพื่อให้สนับสนุนกิจกรรมการพัฒนากีฬาเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศนั้นน้อยเกินไป อีกทั้งยังจะมีการแจกจ่ายให้สมาคมกีฬาด้วยวิธีใหม่ คือ การกำหนดให้งบประมาณตามศักยภาพของแต่ละสมาคมกีฬา
- ผมก็เชื่อว่า สมาคมกีฬาใหญ่ๆ กับงบประมาณที่จัดสรรมานี้ยังไงก็ไม่พอสำหรับการพัฒนานักกีฬาไปสู่เป็นเลิศ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องไปสะสมคะแนนเพื่อจะได้โควต้าเข้าแข่งขันเอเชียนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และ รายการนานาชาติที่ต้องใช้อันดับโลกเป็นเกณฑ์พิจารณา”
- นายชลิตรัตน์ ยังได้กล่าวอีกว่า ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณตามศักยภาพของสมาคมกีฬานั้นตนได้สอบถามไปในที่ประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองกองทุนพัฒนากีฬาฯ ซึ่งนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนฯ ได้แจ้งว่า นี่คือนโยบายของประธานฯ คือนายทรงศักดิ์
Summary
ซึ่งปกติฝ่ายเป็นเลิศที่ดูแลโดยสมาคมกีฬาจะใช้งบประมาณรวมทุกสมาคมกีฬาอยู่ที่ราวๆ 2,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งงบประมาณตรงนี้ก็จะรวมทุกกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และ บุคคลากรกีฬา นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดการแข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทย รายการนานาชาติ การส่งนักกีฬาไปแข่งขันยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือ สร้างผลงาน เก็บคะแนนสะสมโลก เพื่อต่อยอดไปสู่รายการสำคัญๆของภูมิภาคและของโลก
“ในเรื่องนี้ ผมได้เคยแย้งไปแล้วว่า งบประมาณใหม่ที่กองทุนฯจัดสรรเพื่อให้สนับสนุนกิจกรรมการพัฒนากีฬาเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศนั้นน้อยเกินไป อีกทั้งยังจะมีการแจกจ่ายให้สมาคมกีฬาด้วยวิธีใหม่ คือ การกำหนดให้งบประมาณตามศักยภาพของแต่ละสมาคมกีฬา โดนแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งอันดับสูงสุดจะไก้รับงบประมาณ ไม่เกิน 35 ล้านบาท อันดับรองลงมาก็ 14 ล้านบาท, 8 ล้านบาท และ 2 ล้านบาท สุดท้ายก็คือ สมาคมที่กำลังพัฒนาก็จะได้แค่ 2 ล้าน ในปี 2570
“การที่ผู้จัดการกองทุนฯพูดมาแบบนี้ผมก็ถือว่านี่คือนโยบายของรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี และผมก็เชื่อว่าด้วยนโยบายนี้จะทำให้การกีฬาของประเทศถดถอยลงแน่นอน และ ผมก็ขอร้อง ขอวิงวอนไปยังรองนายกรัฐมนตรีฯได้กรุณาทบทวนแก้ไขเถอะนะครับ หากยังคงเดินหน้าตามนโยบายนี้ต่อ ท่านก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายชลิตรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย