The Standard
เปิดเกณฑ์ ‘ต้นไม้มรดกกรุงเทพฯ’ ชู 4 มิติปกป้องร่มเงาเมือง กทม. ย้ำตัดแต่งต้องผ่านรุกขกร-ชี้ต้นไม้คือทรัพย์สิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (15 สิงหาคม) พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานจัดกิจกรรมการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และตามหาต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร ที่ ลานจามจุรี สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย โดยมีผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารเขตคลองเตย รวมถึง อรยา สูตะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Big Trees และมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ เข้าร่วมงานเพื่อสื่อสารทิศทางการพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด ปลูกต้นไม้ใหม่ ควบคู่กับการอนุรักษ์ต้นไม้มรดก เพิ่มสวนป่าในเมือง
Key facts
- วันนี้ (15 สิงหาคม) พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานจัดกิจกรรมการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และตามหาต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร ที่ ลานจามจุรี สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย โดยมีผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารเขตคลองเตย
- ปัจจุบัน กทม. กำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะที่สอง คือการปลูกเพิ่มอีก 2 ล้านต้น เพื่อพุ่งเป้าไปสู่ 4 ล้านต้น โดยมีเป้าหมายเร่งด่วนใน 100 วันแรกที่ 100,000 ต้น (ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ดำเนินการไปแล้ว 51,500 ต้น)
- รองผู้ว่าฯ พรพรหม เปิดเผยว่า กทม. กำลังผลักดันโครงการสำรวจและขึ้นทะเบียนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบครอบคลุมทั้งสวนสาธารณะ พื้นที่สาธารณะ และริมถนน
- ในด้านการเพิ่มต้นไม้ใหม่ กทม. สามารถบรรลุเป้าหมายระยะแรกจากแคมเปญ ‘ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น’ ได้สำเร็จ โดยข้อมูลระบุว่าสามารถปลูกต้นไม้รวมได้ถึง 2,587,180 ต้น (แบ่งเป็นไม้ยืนต้น 1.5 ล้านต้น ไม้พุ่ม 8.9 แสนต้น และไม้เลื้อย 1.8 แสนต้น)
Summary
หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การยกระดับการคุ้มครองอย่างจริงจัง โดยต้นไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นต้นไม้มรดก จะไม่สามารถถูกตัดแต่งหรือดำเนินการใดๆ ได้ หากไม่ผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ และต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรุกขกรรม (Arborist) เข้ามาประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง เพื่อรักษาทรงพุ่มและร่มเงาตามหลักวิชาการ
รองผู้ว่าฯ พรพรหม เปิดเผยว่า กทม. กำลังผลักดันโครงการสำรวจและขึ้นทะเบียนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบครอบคลุมทั้งสวนสาธารณะ พื้นที่สาธารณะ และริมถนน
ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์คัดเลือกและขึ้นทะเบียนภายใน 100 วันแรก เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกสำนักงานเขต ลดการใช้ดุลพินิจส่วนบุคคล โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 4 ด้านหลัก