Spring News
'จำเลย' ถูกคุมขัง คำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ผิด มีสิทธิได้ค่าชดเชย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
'จำเลย' ที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ และถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี ปรากฏภายหลังว่าไม่ผิดและมีการถอนฟ้องหรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด มีสิทธิได้รับค่าทดแทนอะไรบ้าง
Key facts
- พิ้งกี้ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำนานกว่า 3 เดือน จากนั้นทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ย. 2565 ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พิ้งกี้ โดยตีราคาประกัน 5 ล้านบาท
- ต่อมาในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 พนักงานอัยการสั่งฟ้องพิ้งกี้ พร้อมแม่และพี่ชาย โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท ทำให้ทั้งหมดถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที
- ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ จากกรณีชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนใน Forex-3D จนมีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท
- ย้อนไปช่วงเดือนมกราคม 2563 พิ้งกี้ สาวิกา และครอบครัวเข้าให้ปากคำต่อดีเอสไอในฐานะพยาน หลังจากนั้นเดือนมีนาคม 2564 ดีเอสไอเปลี่ยนสถานะแจ้งข้อกล่าวหาพิ้งกี้และครอบครัวใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
Summary
ต่อมาในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 พนักงานอัยการสั่งฟ้องพิ้งกี้ พร้อมแม่และพี่ชาย โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท ทำให้ทั้งหมดถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที
ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ จากกรณีชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนใน Forex-3D จนมีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท
พิ้งกี้ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำนานกว่า 3 เดือน จากนั้นทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 30 พ.ย. 2565 ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พิ้งกี้ โดยตีราคาประกัน 5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องรายงานตัวต่อศาลทุกเดือน ขณะที่มารดาและพี่ชายยังคงถูกคุมขังต่อไป