Kaohoon
“ศุภจี” ชู 4 Unlocking เปิดตลาดใหม่-เพิ่มมูลค่า-หนุน SMEs ดันการค้าโตยั่งยืน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาในงาน Bangkok Post Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “ Vision Thailand: Driving Trade, Unlocking Sustainable Growth” ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ว่า การขับเคลื่อนการค้าในโลกปัจจุบันต้องมองให้ไกลกว่าการเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยใช้ “การค้า”
Key facts
- ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ว่า การขับเคลื่อนการค้าในโลกปัจจุบันต้องมองให้ไกลกว่าการเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยใช้ “การค้า”
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาในงาน Bangkok Post Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “ Vision Thailand: Driving Trade, Unlocking Sustainable Growth”
- เป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่า เปิดโอกาสใหม่ และสนับสนุนการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยีและ AI การกีดกันทางการค้า ความยั่งยืน และความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- นางศุภจี กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบหลายขั้ว (Multipolar Economy) โดยต้องดำเนินนโยบายการค้าที่ “เปิดกว้าง กระจายความเสี่ยง และรักษาสมดุล”
- SMEs มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยสร้างประมาณ 35% ของ GDP แต่สัดส่วนดังกล่าวแทบไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายปี สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่เพียงปกป้อง SMEs แต่ต้องให้อุปกรณ์ ทักษะ และการสนับสนุนที่จำเป็น เพื่อให้ SMEs สามารถแข่งขันและเติบโตได้”
- ช่องว่างด้านมูลค่า (Value Gap) ต้องเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่า โดยให้ความสำคัญกับแบรนด์ ทรัพย์สินทางปัญญา การออกแบบ มาตรฐาน และประสบการณ์ 2
Summary
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาในงาน Bangkok Post Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “ Vision Thailand: Driving Trade, Unlocking Sustainable Growth” ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ว่า การขับเคลื่อนการค้าในโลกปัจจุบันต้องมองให้ไกลกว่าการเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยใช้ “การค้า”
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยมีจุดแข็งและศักยภาพจำนวนมากที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศ ภาคการผลิตที่ต้องยกระดับไปสู่เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ยุคใหม่และเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ภาคบริการ การท่องเที่ยว และสุขภาพ รวมถึงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)
ขณะเดียวกันต้องกระจายการพึ่งพาตลาดส่งออก เพราะปัจจุบันประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกไทยมาจาก 2 ตลาดหลัก ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงหากยังพึ่งพาตลาดกระจุกตัว จึงต้องเร่งเปิดตลาดใหม่และสร้างความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ทั้งผ่าน FTA การเจรจาการค้า คณะผู้แทนการค้า และความร่วมมือรูปแบบอื่น ๆ
ปลดล็อกโอกาส (Unlocking Opportunities) ขยายโอกาสไปสู่ SMEs MSMEs และผู้ประกอบการรายเล็ก ให้สามารถเข้าถึงทักษะ ความรู้ ความสามารถ และการสนับสนุนที่จำเป็น เพื่อยกระดับศักยภาพและแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการปกป้องผู้ประกอบการรายเล็ก แต่ต้องทำให้สามารถเติบโตและมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศได้มากขึ้น