Michael Saylor · Siam Blockchain
Michael Saylor หันซบ USDT ผุดโมเดลการเงินใหม่ หวังเปลี่ยน Bitcoin ในคลังเป็นสินทรัพย์ทำเงิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ได้เปิดตัวโครงสร้างการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่สร้างความประหลาดใจด้วยการนำเหรียญ USDT เข้ามาเป็นช่องทางทำธุรกรรมหลักเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านความเร็วของเครือข่าย
Key facts
- Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ได้เปิดตัวโครงสร้างการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่สร้างความประหลาดใจด้วยการนำเหรียญ USDT เข้ามาเป็นช่องทางทำธุรกรรมหลักเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านความเร็วของเครือข่าย
- โครงสร้างดังกล่าวได้กำหนดให้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงและใช้ USDT สำหรับการใช้จ่ายทั่วไป โดยมีหุ้นบุริมสิทธิ STRC และโทเคน SR-strcUSX ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน
- การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนความพยายามของบริษัทที่ต้องการเปลี่ยนกองทุน Bitcoin จำนวนมหาศาลจากเดิมที่เป็นเพียงสินทรัพย์สำรองให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเงินเชิงพาณิชย์ที่สร้างรายได้หลังจากที่เพิ่งเทขายเหรียญออกไปเพื่อรักษาสภาพคล่อง
Summary
อย่างไรก็ตาม แนวคิดเชิงทฤษฎีนี้ถูกเปิดตัวออกมาในช่วงเวลาที่งบดุลของ Strategy กำลังถูกทดสอบอย่างหนัก โดยรายงานล่าสุดเผยให้เห็นว่าบริษัทได้ทำลายกฎเหล็กที่ว่าจะไม่ยอมขายเหรียญเด็ดขาด หลังจากต้องเทขาย Bitcoin ออกไปถึง 6,948 เหรียญในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 432.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปจ่ายปันผลและรักษาสภาพคล่องในช่วงที่ราคาหุ้น STRC ร่วงลงต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ แม้ว่า Phong Le ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทจะออกมายืนยันว่าเตรียมจะกลับมาซื้อ Bitcoin คืนภายในสิ้นปี 2026
เนื่องจากเป็นการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่นำ Bitcoin มาใช้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันในการสร้างผลตอบแทนและเชื่อมต่อกับ Stablecoin ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและอรรถประโยชน์ให้กับตัวเหรียญในระยะยาว
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การยอมลดอีโก้จากความเป็นผู้ศรัทธาใน Bitcoin เพียงอย่างเดียวมาใช้งาน USDT ของ Saylor แสดงให้เห็นถึงมุมมองทางธุรกิจที่ยอมรับความจริงว่า Bitcoin ไม่สามารถตอบโจทย์การเป็นเงินสดในชีวิตประจำวันได้ดีเท่า Stablecoin การสร้างระบบนิเวศที่นำข้อดีของทั้งสองฝั่งมาผสานกันผ่านตราสารหนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนรูปแบบการบริหารคลังคริปโตขององค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกให้สามารถสร้างกระแสเงินสดได้โดยไม่ต้องเทขายเหรียญทิ้งในอนาคต