Matichon
TOYOTA ลั่นยังไม่ย้ายฐานผลิตจากไทย จี้รัฐรื้อภาษีสรรพสามิตใหม่ ลั่น ต้องแฟร์เพลย์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Toyota) เปิดเผยว่า หลังจากโตโยต้าได้หารือร่วมกับภาครัฐ ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความเป็นจริง โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย และรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน
Key facts
- เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Toyota) เปิดเผยว่า หลังจากโตโยต้าได้หารือร่วมกับภาครัฐ ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความเป็นจริง
- เช่น โตโยต้า ปัจจุบันมีการเสียภาษีสรรสามิตประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี จากยอดขายรถยนต์ 260,000 คันต่อปี ขณะรถอีวีมียอดขาย 120,000 คันต่อปี คิดเป็นภาษีสรรพสามิตประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งบางส่วนเป็นรถนำเข้า
- เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามส่งเสริมรถยนต์อีวี โดยการสนับสนุนเงินมูลค่า 100,000 และ 50,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจากภาษี ขณะที่ค่ายรถบางรายอาศัยช่องว่างดังกล่าว
- สิ่งที่โตโยต้าได้มีการหารือและเสนอไปยังรัฐบาล คือการพิจารณาปรับเกณฑ์โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่เพื่อให้ความเท่าเทียมในการเเข่งขัน โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
Summary
สิ่งที่โตโยต้าได้มีการหารือและเสนอไปยังรัฐบาล คือการพิจารณาปรับเกณฑ์โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่เพื่อให้ความเท่าเทียมในการเเข่งขัน โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์อีวีจากจีนที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเสียภาษีสรรพสามิตต่างจากรถยนต์ที่ผลิตในประเทศพอสมควร ทำให้การเเข่งขันค่อนข้างยาก
“เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามส่งเสริมรถยนต์อีวี โดยการสนับสนุนเงินมูลค่า 100,000 และ 50,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจากภาษี ขณะที่ค่ายรถบางรายอาศัยช่องว่างดังกล่าว นำเข้ารถมาจำหน่าย โดยที่ไม่มีแผนงานชัดเจนในการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตรงนี้ทำให้ผู้ที่ตั้งใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเสียเปรียบ”
ประกอบกับเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศมากกว่า ผู้ที่ใช้ช่องโหว่ทางภาษีมาเป็นโอกาสในการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่าย ส่งผลให้ ประเทศต้องสูญเสียภาษีที่ควรต้องจัดเก็บมาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป