← Back to KHAO

สำรวจสถานการณ์ปืนในไทย ก่อนรัฐบาลชงแก้กฎหมายควบคุมปืน

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

คำบรรยายภาพ, เหตุกราดยิงโคราชเมื่อ 8 ก.พ. 2563 ต่อเนื่องวันที่ 9 ก.พ. 2563 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย รวมผู้ก่อเหตุที่ถูกวิสามัญฆาตกรรรม

รัฐบาลสั่งระงับการออกใบอนุญาตอาวุธปืน หลังนักเรียนชายวัย 14 ปีก่อเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ก่อน ตามด้วยเหตุอดีต สส.นนทบุรี บุกไปยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรีเสียชีวิตคาสำนักงาน ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการนนทบุรีเมื่อวันจันทร์ (10 ส.ค.)

Key facts

Summary

การที่ไทยมีปืนอยู่ในมือของพลเรือนมากถึง 10.34 ล้านกระบอก หรือคิดเป็นอัตรา 15.1 กระบอกต่อประชากร 100 คน ตามการรวบรวมข้อมูลของ Small Arms Survey ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศ "หัวตาราง" ของบรรดา 11 ชาติอาเซียน ตามด้วยกัมพูชาที่อยู่ในอัตรา 4.5 กระบอกต่อประชากร 100 คน (พลเรือนมีปืนราว 7.17 แสนกระบอก) และฟิลิปปินส์ 3.6 กระบอกต่อประชากร 100 คน (พลเรือนมีปืนราว 3.8 ล้านกระบอก)

ข้อมูลจากโครงการวิจัยอิสระระดับนานาชาติเกี่ยวกับอาวุธปืนขนาดเล็กที่ชื่อว่า สมอลล์ อาร์มส เซอร์เวย์ ( Small Arms Survey ) ในสวิตเซอร์แลนด์ เผยแพร่ประมาณการล่าสุดเมื่อปี 2560 ชี้ว่า ไทยมีปืนที่อยู่ในการครอบครองของพลเรือนมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน โดยอยู่ที่ 10.34 ล้านกระบอก ในจำนวนนี้เป็น "ปืนนอกทะเบียน" กว่า 4.12 ล้านกระบอก

รศ.สุเมธและคณะได้ศึกษาวิจัยปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการขออนุญาตมีปืน หลังจากเกิด 2 เหตุการณ์ใหญ่ นั่นคือ เหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา เมื่อ 8 ก.พ. 2563 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย (รวมผู้ก่อเหตุ) และบาดเจ็บ 58 ราย ซึ่ง จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ผู้ก่อเหตุ ได้จับประชาชนในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช เป็นตัวประกัน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในวันต่อมา และอีกเหตุการณ์คือ การสังหารหมู่ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เมื่อ 6 ต.ค. 2565

Read full article at BBC Thai →