Naewna
ชื่นชม! รปภ.หมวกแดงสุวรรณภูมิ CPR ช่วยชีวิตผู้โดยสารเกาหลีสำเร็จ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ชื่นชม รปภ.หมวกแดงสุวรรณภูมิ ยื้อชีวิตผู้โดยสารเกาหลีจนชีพจรกลับมา
Key facts
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชัง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
- เกิดวินาทีชีวิตภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ “รปภ.หมวกแดง”
- เจ้าหน้าที่ รปภ.ที่อยู่ในพื้นที่พบผู้โดยสารหมดสติ จึงเข้าประเมินอาการและเริ่มช่วยชีวิตทันที พร้อมประสานศูนย์สุวรรณภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายภัคพล ปานยงค์ หัวหน้าเวรฝ่ายรักษาความปลอดภัย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในขณะเกิดเหตุ
Summary
เกิดวินาทีชีวิตภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ “รปภ.หมวกแดง” พบผู้โดยสารชาวเกาหลีหมดสติภายในอาคารผู้โดยสาร ก่อนเร่งเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ทำ CPR พร้อมนำเครื่อง AED มาใช้ในการกู้ชีพ จนสามารถทำให้ผู้โดยสารกลับมามีชีพจรได้อีกครั้ง
เหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ รปภ.ที่อยู่ในพื้นที่พบผู้โดยสารหมดสติ จึงเข้าประเมินอาการและเริ่มช่วยชีวิตทันที พร้อมประสานศูนย์สุวรรณภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายภัคพล ปานยงค์ หัวหน้าเวรฝ่ายรักษาความปลอดภัย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในขณะเกิดเหตุ เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติการช่วยเหลือ ทีมเจ้าหน้าที่ทำ CPR อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED กระทั่งผู้โดยสารกลับมามีชีพจร ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อ
การช่วยเหลือครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านการกู้ชีพภายในสนามบิน โดยที่ผ่านมา นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ความสำคัญกับการช่วยชีวิตผู้โดยสารและผู้ใช้บริการภายในสนามบิน พร้อมผลักดันให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับการฝึกอบรมและทบทวนความรู้ด้านการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถรับมือกับภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกนาที และเหตุการณ์ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความรู้จากการฝึกอบรมสามารถนำมาใช้ได้จริงในสถานการณ์วิกฤต