Post Today
ถอดบทเรียนทดสอบจรวดไทย เร่งพัฒนาระบบนิเวศอวกาศสู่ Spaceport
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
GISTDA ร่วมกับ สทป. และเอกชน ทดสอบปล่อยจรวดเชื้อเพลิงผสมใน Sandbox ถอดบทเรียนเทคนิคและระบบส่งสัญญาณ มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมอวกาศไทย
Key facts
- จรวดต้นแบบที่นำมาทดสอบใช้ระบบขับดันแบบผสม ความยาว 3.96 เมตร และน้ำหนัก 32.3 กิโลกรัม ระบบไฮบริดนี้มีความโดดเด่นด้านความปลอดภัยและมีต้นทุนต่ำกว่าเชื้อเพลิงเหลว 30-40% โดยการทดสอบครั้งนี้ตั้งเป้าความสูงไว้ที่ 4 กิโลเมตร
- การทดสอบปล่อยจรวดภายใต้กลไก Spaceport Regulatory Sandbox ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางเทคโนโลยีอวกาศไทย โครงการนี้มุ่งเน้นการปฏิบัติจริง เพื่อทดสอบความเสถียรของระบบนิเวศอวกาศทั้งหมด
- ขั้นตอนปฏิบัติการจริงมาพร้อมความท้าทายทางวิศวกรรม ทีมงานพบอุปสรรคสำคัญในการควบคุม (Thermodynamics) ของก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวออกซิไดเซอร์ อุณหภูมิที่ไม่คงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจุดระเบิด
- นั่นทำให้การทดสอบต้องยุติลงเนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างทางกล มอเตอร์ของฐานยิงมีกำลังขับไม่เพียงพอต่อการยกตัวจรวด และโครงสร้างฐานยังต้องการการคำนวณใหม่เพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือน การตัดสินใจระงับการยิงจึงเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
Summary
การทดสอบปล่อยจรวดภายใต้กลไก Spaceport Regulatory Sandbox ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางเทคโนโลยีอวกาศไทย โครงการนี้มุ่งเน้นการปฏิบัติจริง เพื่อทดสอบความเสถียรของระบบนิเวศอวกาศทั้งหมด ตั้งแต่การจัดการน่านฟ้าไปจนถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุด
อีกทั้งยังพบปัญหาด้านระบบ Telemetry โดยเกิดการขาดหายของสัญญาณระหว่างตัวจรวดและซอฟต์แวร์ควบคุม แม้ทีมวิศวกรจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเปลี่ยนสายสัญญาณสื่อสารได้สำเร็จ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบส่งสัญญาณสำรอง ที่มีความเสถียรมากกว่านี้ในสภาพแวดล้อมที่มีความกดดันสูง
แม้จรวดจะยังไม่ได้ขึ้นสู่อวกาศ แต่ข้อมูลที่ได้จากความผิดพลาดเหล่านี้คือ หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการบินและจรวดของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การสร้าง ท่าอวกาศยานไทย ที่ได้มาตรฐานระดับโลกในอนาคต