Thansettakij
เปิดเบื้องหลัง 'ระเบียบวาทะศิลป์' สู้หนี้นอกระบบ พลิกชีวิตด้วยกองทุนหมู่บ้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จากหนี้นอกระบบสู่วงหมอลำระดับประเทศ! "พ่อเอ๊ะ" ภักดี พลล้ำ หัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์ เปิดใจกองทุนหมู่บ้านคือจุดเปลี่ยน ก่อนรัฐบาลชู "ระเบียบวาทะศิลป์" ต้นแบบวินัยการเงิน
Key facts
- เงินทุนหมุนเวียนโต 5 เท่า สะท้อนความสำเร็จกองทุนหมู่บ้าน
- รัฐบาลชูเป็นต้นแบบ ในพิธีเปิดโครงการลดภาระดอกเบี้ย
- นางสุขสมรวย กล่าวเสริมว่า การลงพื้นที่พบเห็นกองทุนหมู่บ้านที่มีสถานะการเงินดีเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ เพราะเงินอัดฉีดเพิ่มทุนจากรัฐบาลเพียง 2 ล้านบาท ปัจจุบันสมาชิกสามารถบริหารจนเติบโตเป็นเงินหมุนเวียนถึง 10 ล้านบาท
- ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 โดยมีการแสดงโชว์โดยหมอลำชื่อดัง "วงระเบียบวาทะศิลป์"
- นายภักดี พลล้ำ หัวหน้าวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ เผยจุดเริ่มต้นวงมาจากเงินกู้กองทุนหมู่บ้านของครอบครัว 4-5 คน คนละ 20,000 บาท รวมราว 60,000 บาท ใช้ตั้งต้นวงหมอลำ หนีจากปัญหาหนี้นอกระบบ
- ทางออกในตอนนั้นคือกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งครอบครัวของตนเป็นสมาชิกอยู่ 4-5 คน จึงตัดสินใจใช้สิทธิกู้เงินคนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินทุนตั้งต้นประมาณ 60,000 บาท และนำเงินก้อนนี้ไปพัฒนาวงหมอลำจนเติบโตมีชื่อเสียงอย่างในปัจจุบัน
Summary
"พ่อเอ๊ะ" นายภักดี พลล้ำ หัวหน้าวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ เผยจุดเริ่มต้นวงมาจากเงินกู้กองทุนหมู่บ้านของครอบครัว 4-5 คน คนละ 20,000 บาท รวมราว 60,000 บาท ใช้ตั้งต้นวงหมอลำ หนีจากปัญหาหนี้นอกระบบ จนทำให้รัฐบาลยกให้วงนี้เป็นต้นแบบสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มีวินัยทางการเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 โดยมีการแสดงโชว์โดยหมอลำชื่อดัง "วงระเบียบวาทะศิลป์" สร้างสีสันให้กับงานดังกล่าว
“เป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้คนที่อยากทำมาหากินมีโอกาสเข้าถึงทุนในระบบ ไม่ต้องเริ่มต้นด้วยหนี้นอกระบบ เงินกว่า 4.4 พันล้านบาทที่ลงไปในกองทุนทั่วประเทศจึงไม่ใช่เพียงการเติมเงินให้กองทุน แต่ต้องเปลี่ยนเป็นทุนประกอบอาชีพ รายได้ของครอบครัว และเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อคนตัวเล็กเข้าถึงทุนได้ เศรษฐกิจฐานรากก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว