← Back to KHAO

“วราวุธ” ลั่น! “ไทยต้องได้มากกว่าเงินลงทุน” รับลูกนโยบายรัฐบาล สั่งยกเครื่องอุตสาหกรรมใหม่ ดึงซัพพลายเชนสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในประเทศ

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าว

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569   นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงประกาศปรับเกมอุตสาหกรรมไทย รับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนเร็ว เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมจากฐานการผลิต พร้อมเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่

Key facts

Summary

ดังนั้น เครื่องมือที่ใช้วัดภาคอุตสาหกรรมก็ต้องเปลี่ยนตาม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จึงเตรียมปรับปีฐานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) จากปี 2564 เป็นปี 2567 ให้สะท้อนโครงสร้างและศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบันมากขึ้น รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายวราวุธ ย้ำว่าโจทย์ของไทยไม่ใช่เพียงดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ แต่ต้องเชื่อมงานวิจัย-ผลิต-ตลาด-ลงทุน พร้อมยกระดับเอสเอ็มอีให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

สอดรับกับนโยบายของนางศุภจี ซึ่งให้ใช้ตลาดภาครัฐเป็นแรงส่งผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) โดยให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand (MiT)  ที่มีสัดส่วนวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และมูลค่าที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) สูงใน 3 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สาธารณสุขและเครื่องมือแพทย์ และระบบราง

Read full article at Ban Muang →