Thairath
ส่อง 5 อุปกรณ์น่าเบื่อของรถไฟฟ้าจีน เมื่อเทคโนโลยีสุดล้ำกลายเป็นความยุ่งยากในชีวิตประจำวัน!
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ธรรมเนียมปฏิบัติของการเขียนคอลัมทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าจีนของสื่อมวลชนหลายสำนัก ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นที่จะต้องบ่นเรื่องช่วงล่างนุ่มเกินไปหรือกระแทกตึงตังมากเกินไปจากการยัดล้อขนาดใหญ่ นั่นยังรวมถึงการเอาทุกอย่างเอาไว้ในจอ กับการพูดหรือเขียนถึงระยะทางวิ่ง รถจีนบางแบรนด์เริ่มเข้าใจแล้วว่า ต่อไปนี้ รถที่ทำออกมาขายต่างประเทศ จะทำแบบขอไปทีไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ฟังกชันที่คนจีนชอบ กลับใช้งานยุ่งยาก ในเรื่องของการทำระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้าจีน ถ้าเคลมมาเท่าไหร่ก็หักออกไปเลย 100 กิโลเมตร
Key facts
- ธรรมเนียมปฏิบัติของการเขียนคอลัมทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าจีนของสื่อมวลชนหลายสำนัก ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นที่จะต้องบ่นเรื่องช่วงล่างนุ่มเกินไปหรือกระแทกตึงตังมากเกินไปจากการยัดล้อขนาดใหญ่ นั่นยังรวมถึงการเอาทุกอย่างเอาไว้ในจอ
- สรุป ทั้ง 5 ฟีเจอร์นี้ ไม่มีอันไหนที่เป็นฟีเจอร์เฉพาะของรถ EV เลย เป็นสิ่งที่ไม่มีลูกค้าคนไหนร้องขอให้มีแบบนี้ แต่มันกลับมาสร้างการใช้งานที่ยุ่งยากให้กับรถ ที่โดยภาพรวมแล้วผมก็ชอบแนวคิดนั้นอยู่เหมือนกัน
- กระจกมองหลังแบบกล้อง ยอมรับนะครับว่าต่อให้เอสยูวีทรงคูเป้ของแบรนด์หรูจากประเทศจีนคันนี้มีกระจกบังลมหลังที่มองเห็นได้ชัดแม้จะเล็ก และใช้กระจกมองหลังแบบธรรมดา มันก็คงมีมุมมองที่แคบอยู่ดี เพราะพนักพิงศีรษะ ผู้โดยสารแถวหลัง
- มือจับประตูแบบไฟฟ้าหดกลับได้ มือจับประตูแบบนี้ ถูกออกแบบมาให้ยื่นออกมาตอนที่เจ้าของรถซึ่งพกกุญแจรีโหมดเดินเข้าใกล้รถ ซึ่งก็… มักจะเป็นแบบนั้น แต่ถ้ามันไม่ยอมยื่นออกมา คุณก็แค่แตะรอยบุ๋มเล็กๆ ตรงส่วนที่มันควรจะยื่น แล้วมันก็จะโผล่ออกมา
Summary
ธรรมเนียมปฏิบัติของการเขียนคอลัมทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าจีนของสื่อมวลชนหลายสำนัก ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นที่จะต้องบ่นเรื่องช่วงล่างนุ่มเกินไปหรือกระแทกตึงตังมากเกินไปจากการยัดล้อขนาดใหญ่ นั่นยังรวมถึงการเอาทุกอย่างเอาไว้ในจอ กับการพูดหรือเขียนถึงระยะทางวิ่ง รถจีนบางแบรนด์เริ่มเข้าใจแล้วว่า ต่อไปนี้ รถที่ทำออกมาขายต่างประเทศ จะทำแบบขอไปทีไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ฟังกชันที่คนจีนชอบ กลับใช้งานยุ่งยาก ในเรื่องของการทำระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้าจีน ถ้าเคลมมาเท่าไหร่ก็หักออกไปเลย 100 กิโลเมตร
และเอาเข้าจริงๆ รถซีดานเบนซินยุโรประดับ 200-300 แรงม้า ส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้วิ่งได้ไกลไปกว่านี้สักเท่าไร ที่สำคัญการทดสอบรถจีน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 5-6 วัน ผมก็ยังไม่เคยเจอประสบการณ์ชาร์จไฟไม่เข้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว และถ้าละเลือกใช้ ก็ไม่ได้มีความปรารถนาเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะให้มันเป็นรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพราส่วนใหญ่ ผมไม่ได้เดินทางไปกลับที่ทำงานทุกวันแบบรูทรีน และที่บ้านก็ไม่มีตู้ชาร์จ รถ PHEV เลยกลายเป็นการจับคู่สุดแปลกของ EV ที่วิ่งได้สั้น ชาร์จช้า
กระจกมองข้างที่ไม่มีสวิตช์ปรับ คุณต้องปรับมันผ่านปุ่มบนพวงมาลัย โดยกดปุ่มเมนู กด OK เพื่อยืนยันว่าจะปรับกระจก เลือกว่าจะปรับฝั่งขวาหรือซ้าย แล้วค่อยใช้ปุ่มทิศทางบนพวงมาลัยปรับเอา ซึ่งเอาเข้าจริงๆ มันพอทำได้ตอนกำลังขับรถอยู่ ถ้าคุณคอยเตือนตัวเองในทุกขั้นตอนให้เงยหน้าขึ้นจากเมนูมองออกไปนอกกระจกหน้าบ่อยๆ ไม่งั้นอาจตำท้ายเบนซ์รุ่นใหม่ป้ายแดงได้ง่ายๆ ตอนกำลังถอยจอดนี่คือเรื่องยุ่งยากสิ้นดี ผมตั้งค่าให้กระจกมองข้างปรับปรับเลื่อนต่ำลงอัตโนมัติเมื่อใส่เกียร์ถอยหลัง
ระบบล็อกอัจฉริยะ ที่มาคู่กับมือจับ ตัวรถควรจะปลดล็อกให้เองเมื่อเราเดินเข้าใกล้พร้อมกุญแจในกระเป๋า มันคงจะดีมากถ้ามันทำงานได้จริง แต่ก็เหมือนกับรถส่วนใหญ่ที่มีฟีเจอร์นี้ ในรถยนต์ไฟฟ้าจีนบางแบรนด์ ส่วนใหญ่ก็ทำงานดีอยู่ครับ แต่อีกหลายๆ ครั้ง รถก็นั่งนิ่ง ทำหน้าบึ้งตึง ใส่เกียร์ว่างปล่อยเรายืนเอ๋อซะงั้น คุณก็เลยต้องควานหากุญแจในกระเป๋าเพื่อจะกดปุ่มปลดล็อก ได้แต่ยืนโบกกุญแจไปมากลางอากาศ แล้วก็หวังว่าโชคจะเข้าข้าง นอกจากนี้ยังมี คีย์การ์ด ที่ผมพกไว้ในกระเป๋าสตางค์