← Back to KHAO

ปกรณ์ ชงนายกฯฟันโกงสอบท้องถิ่น พบทำผิดทุกขั้นตอน มท.ยันไม่ยื้อเวลาส่งข้อมูลป.ป.ช.

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมีการตั้งข้อสังเกต ให้กระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งส่งมอบไฟล์หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบและขยายผลนั้น กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ยื้อเวลา หรือมีเจตนาชะลอการส่งข้อมูล ขณะนี้ข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวม ตรวจสอบ และจัดทำให้มีความครบถ้วนตามกระบวนการ

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมีการตั้งข้อสังเกต ให้กระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งส่งมอบไฟล์หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบและขยายผลนั้น กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ยื้อเวลา หรือมีเจตนาชะลอการส่งข้อมูล ขณะนี้ข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวม ตรวจสอบ และจัดทำให้มีความครบถ้วนตามกระบวนการ

“กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการทุจริตสอบท้องถิ่น เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้เข้าสอบทุกคน การดำเนินการต้องยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การปกป้องใคร แต่คือ ทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ หากพบหลักฐานถึงใครต้องดำเนินการตามกฎหมาย กระทรวงฯจะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งข้อมูลและหลักฐานให้หน่วยงานตรวจสอบนำไปใช้ประโยชน์ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตโดยไม่มีข้อยกเว้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือที่ กงน.(กร6) 0030/2569 ลงวันที่ 6 ส.ค.2569 เรื่องรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ถึงนายกรัฐมนตรีตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 6 กรกฎาคม 2569

โดยรายงานระบุว่า คณะกรรมการฯได้ตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดอัตราว่างที่จะสอบบรรจุ, การอนุมัติให้มีการสอบ, การจัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ, การดำเนินการของผู้รับจ้างในการจัดสอบและตรวจผลสอบ, การจัดทำและประกาศผลการสอบ, การเรียกบรรจุ และการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดการจับกุมขบวนการทุจริต โดยพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตอาจขัดต่อกฎหมายเกือบทุกขั้นตอน อาทิ ก.กลางอนุมัติอัตราว่างเพื่อบรรจุเพียง 8,548 อัตรา แต่มีการบรรจุจริงถึง 15,520 อัตรา ก.กลางมีมติให้

Read full article at Matichon →