Matichon
ครั้งแรก! ไทยทดสอบยิงจรวดเอกชน ยังไม่สำเร็จ เจอปัญหาทางเทคนิค รับเป็นบทเรียน วางรากฐาน Spaceport
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในวงการวิทยาศาสตร์และการบินของประเทศ เมื่อสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.), กองทัพบก และบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด จัดกิจกรรมครั้งสำคัญ “Technical Feasibility Test & Regulatory Framework Study for Thailand Spaceport”
Key facts
- เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในวงการวิทยาศาสตร์และการบินของประเทศ เมื่อสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
- การทดสอบในครั้งนี้นับเป็น “ครั้งแรกของประเทศไทย”
- ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษก GISTDA และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ เปิดเผยว่า จรวดที่นำมาใช้เป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้พัฒนาโดยบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด เป็น จรวดขับดันแบบเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion) ความยาว 3.96
- ทั้งระบบ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การควบคุมพื้นที่ ความปลอดภัย การบริหารจัดการน่านฟ้า ตลอดจนกระบวนการอนุญาตและกำกับดูแล
Summary
การทดสอบในครั้งนี้นับเป็น “ครั้งแรกของประเทศไทย” ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมทดสอบการปล่อยจรวดจริงในพื้นที่ของประเทศ ภายใต้กลไก Spaceport Regulatory Sandbox ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานอย่างเป็นระบบร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านความมั่นคง สะท้อนให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการข้ามขีดความสามารถจากการศึกษาบนกระดาษ สู่การปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมจริง
ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษก GISTDA และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ เปิดเผยว่า จรวดที่นำมาใช้เป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้พัฒนาโดยบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด เป็น จรวดขับดันแบบเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion) ความยาว 3.96 เมตร น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 32.3 กิโลกรัม และเป็นระบบที่ไม่มีการนำวิถี กำหนดความสูงการทดสอบไว้ที่ 4 กม. โดยวัตถุประสงค์หลักของการทดสอบ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่วิศวกรรมตัวจรวดว่าจะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าได้ไกลแค่ไหน แต่เป็นการทดสอบความพร้อมของ
แม้ว่าในการทดสอบจริงจะยังไม่สามารถปล่อยจรวดขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จ เนื่องจากพบปัญหาทางเทคนิคบางประการ แต่ทีมงานมองว่านี่คือ “ห้องเรียนจริง”