← Back to KHAO

กฟผ.เปลี่ยนซากแบตฯ EV สู่ BESS ปั้นเศรษฐกิจใหม่ นำร่องโรงไฟฟ้าวังน้อย

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

กฟผ.เปลี่ยนซากแบตฯ EV สู่ BESS ปั้นเศรษฐกิจใหม่ นำร่องโรงไฟฟ้าวังน้อย

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนตํ่าอย่างเต็มตัว การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบก้าวกระโดดได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดความท้าทายใหม่ในด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งหากขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แบตเตอรี่เหล่านี้อาจกลายเป็นวัตถุอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

Key facts

Summary

การที่สามารถสกัดสารเหล่านี้เองได้ถือเป็นก้าวสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากเป็นแร่ธาตุที่ไทยไม่สามารถผลิตเองได้จากแหล่งธรรมชาติ การจะผลักดันโครงการนำร่องนี้ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายรองรับ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงทางพลังงาน จึงได้เดินหน้ายุทธศาสตร์ “EGAT Sustainable Ecosystem for Used Batteries” เพื่อสร้างระบบนิเวศการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิดการสร้างมูลค่าจากของเสีย (Waste to Value) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการกำจัดซากแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี แต่ยังเป็นการปั้นเศรษฐกิจใหม่ ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน

หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่การทดสอบและคัดแยกแบตเตอรี่ตามสมรรถนะที่ตามมาตรฐานสากล เช่น UN และ IEC โดยใช้ค่าดัชนี State of Health (SOH) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถของแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับสภาพใหม่ หากแบตเตอรี่มีค่า SOH สูงกว่า 70 % จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการ Battery Repurpose หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ในฐานะ Second-Life Battery โดยเริ่มจากการจัดเก็บในคลังแบตเตอรี่ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม พร้อมรักษาระดับการชาร์จ (State of Charge: SOC) ให้อยู่ในช่วงประมาณ 30-50%

Read full article at Thansettakij →