Thansettakij
จุดเปลี่ยน 'ตุ๊กตุ๊กไทย' สู่ EV ลดคาร์บอน 90% ลุ้นเปลี่ยน 7,800 คัน รับ Net Zero
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้จุดเปลี่ยนตุ๊กตุ๊กไทย หลังกรมการขนส่งทางบกเปิดรับฟังร่างกฎกระทรวงจำกัดการใช้ตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปในกรุงเทพฯ ชั้นใน ชู EV ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างใช้งานได้ 87-90% แต่รัฐต้องช่วยผู้ขับรับต้นทุนเปลี่ยนผ่าน ทั้งเงินอุดหนุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสถานีชาร์จเฉพาะรถสาธารณะ
Key facts
- ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า กรุงเทพมหานครมีรถยนต์รับจ้างสามล้อประเภท รย.8 จำนวน 8,631 คัน แต่ในจำนวนนี้เป็นรถไฟฟ้าเพียง 829 คัน หรือ 9.6%
- มาตรการเหล่านี้อาจเชื่อมโยงกับวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ที่มีแผนงานครอบคลุมโครงการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ขับและทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้จริง
- ส่งผลให้การเปลี่ยนจากตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปมาเป็น EV สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างใช้งานได้ประมาณ 87-90% อีกทั้งยังช่วยลดปัญหากลิ่น ควัน เสียงเครื่องยนต์ และแรงสั่นสะเทือน
- ปัจจุบันตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปส่วนใหญ่ใช้ LPG ซึ่งยังเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ตุ๊กตุ๊กประเภทดังกล่าวปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 336 กรัม CO₂e ต่อกิโลเมตร
Summary
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า อุตสาหกรรมตุ๊กตุ๊กไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างกฎกระทรวงที่เสนอให้จำกัดการใช้รถยนต์รับจ้างสามล้อที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเปิดทางให้รถสามล้อไฟฟ้าสามารถให้บริการได้ หรือกำหนดช่วงเวลาในการเดินรถสำหรับรถบางประเภท
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อจัดระเบียบและลดมลพิษทางอากาศและเสียงในพื้นที่เมืองเก่า รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยกรมการขนส่งทางบกเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2569
ส่งผลให้การเปลี่ยนจากตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปมาเป็น EV สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างใช้งานได้ประมาณ 87-90% อีกทั้งยังช่วยลดปัญหากลิ่น ควัน เสียงเครื่องยนต์ และแรงสั่นสะเทือน ซึ่งมีความสำคัญต่อพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวและชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น