Nation TV
นักวิชาการเตือน “คอบราโกลด์” ไม่ได้มีไว้งัดสหรัฐฯ แนะรัฐบาลจัดสมดุลชาติมหาอำนาจ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"สุรชาติ" เตือนรัฐบาลอย่าใช้ "คอบราโกลด์" ต่อรองภาษีสหรัฐฯ ชี้ไทยไม่มีอำนาจงัดทรัมป์ เสี่ยงเสียทั้งตลาดส่งออกและความมั่นคง แนะเร่งจัดสมดุลมหาอำนาจ จีน-สหรัฐฯ
Key facts
- ท่าทีของไทยในเรื่องนี้กำลังสะท้อนว่าไทยกำลังถอยออกจากสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังรัฐประหารปี 2557
- 12 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการความมั่นคง ออกมาเตือนรัฐบาลไทย หลังสื่อต่างชาติสะพัดไทยเตรียมใช้การฝึกทางทหาร คอบราโกลด์ เป็นข้อต่อรองขู่ ภาษีสหรัฐ ในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ โดยชี้ชัดว่าไทยกำลังเล่นเกมผิด
- ไทยอาจต้องตระหนักว่า ไทยไม่มี leverage หรือ “อำนาจในการงัด” เหนือสหรัฐฯ แม้ว่าจะนำการฝึกร่วม คอบราโกลด์ มาเป็นข้อต่อรองก็ตาม
- ไทยต้องยอมรับว่า ตลาดสินค้าไทยอยู่ในสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในจีน และไทยไม่ได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากจีน เพราะเป็นฝ่ายที่เสียดุลให้จีน
- การตัดสินใจกดดันสหรัฐฯ ด้วยเรื่อง คอบราโกลด์ อาจจะกระทบความมั่นคง เพราะการฝึกร่วมผสมกับสหรัฐฯ เป็นผลประโยชน์ทางทหารที่สำคัญของไทย ไม่ใช่เฉพาะกับสหรัฐฯ เท่านั้น
- การนำการยกเลิกการฝึกทางทหารไปกดดันให้ทรัมป์ลดภาษีให้ไทย ไม่น่าจะทำให้ทำเนียบขาวเปลี่ยนใจ เพราะไทยไม่มีอำนาจกดดันเหนือสหรัฐฯ มีแต่ยังต้องพึ่งพาสหรัฐฯ
Summary
12 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการความมั่นคง ออกมาเตือนรัฐบาลไทย หลังสื่อต่างชาติสะพัดไทยเตรียมใช้การฝึกทางทหาร คอบราโกลด์ เป็นข้อต่อรองขู่ ภาษีสหรัฐ ในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ โดยชี้ชัดว่าไทยกำลังเล่นเกมผิด เพราะไม่มี leverage หรืออำนาจงัดทำเนียบขาว การตัดความร่วมมือความมั่นคง จะทำให้ไทยเสียทั้งตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง และพันธมิตรทางทหารที่สำคัญ พร้อมจี้ถามยุทธศาสตร์ต่างประเทศว่า ปรึกษากองทัพแล้วหรือไม่ และเสนอแนะให้รัฐบาลเร่ง จัดสมดุลมหาอำนาจ ระหว่าง
"ประเทศไทยวางแผนที่จะเตือนรัฐบาลทรัมป์ว่า มาตรการขึ้นภาษีศุลกากรที่สูงลิ่วของสหรัฐฯ อาจบีบให้ไทยต้องลดระดับความร่วมมือทางการทหารลง ซึ่งรวมถึงการฝึกร่วม 'คอบราโกลด์' (Cobra Gold) ที่เป็นเสาหลักพยุงหนึ่งในความสัมพันธ์พันธมิตรด้านความมั่นคงที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกาในเอเชีย"
ข่าวชิ้นนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กอ้างว่า ได้ข้อมูลมาจาก "เจ้าหน้าที่ผู้ใกล้ชิดกับเรื่องนี้" ซึ่งขอไม่เปิดเผยนาม เนื่องจากเป็นการหารือเป็นการภายใน