Prachachat
จุลพันธ์ พาเพื่อไทยกลับลุ้นแชมป์ ‘นักการเมืองเมื่อถึงเวลา ระฆังดังก็ต้องสู้’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ใบที่หนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ใบที่สอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และหมวกใบที่สาม หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นใบที่สำคัญที่สุด เพราะรับต่อจาก “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคคนที่ 8
Key facts
- ผ่านการเป็น สส.มาแล้ว 6 สมัย ตั้งแต่ปี 2548 ยุคพรรคไทยรักไทย ที่รุ่งเรืองสุดขีด มี สส. 377 เสียงในสภา จนถึงพรรคเพื่อไทย ที่มีแค่ 74 เสียง เขายังยืนยันว่า มี Passion ในการเป็นหัวหน้าพรรค แม้ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล
- ลอกคราบมาเป็นพรรคพลังประชาชน และกลายร่างเป็นพรรคเพื่อไทย ภายหลังถูกยุบพรรคมา 2 หน
- อดีตนักการเมืองกลุ่ม 16 อันลือเลื่อง ก็เคยนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ช่วงที่ชนะเลือกตั้งได้ สส.อันดับหนึ่งในสภา ช่วงปี 2562 แต่ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กระทั่งพรรคเพื่อไทยพลิกกระดานจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งในปี 2566 มีหัวหน้าพรรคชื่อ
- ก่อนจะถูกกับดักรัฐธรรมนูญ 2560 เล่นงาน พ้นจากนายกรัฐมนตรี ลาออกจากหัวหน้าพรรค
Summary
“จุลพันธ์” หรือที่ทุกคนเรียกเขาว่า “หนิม” ผ่านการเป็น สส.มาแล้ว 6 สมัย ตั้งแต่ปี 2548 ยุคพรรคไทยรักไทย ที่รุ่งเรืองสุดขีด มี สส. 377 เสียงในสภา จนถึงพรรคเพื่อไทย ที่มีแค่ 74 เสียง เขายังยืนยันว่า มี Passion ในการเป็นหัวหน้าพรรค แม้ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล
“มีสิ (หัวเราะ) ไม่งั้นจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเหรอ คนเป็นนักการเมืองก็ต้องมี ผมไม่เคยเล่นการเมือง ใช้คำนี้นะ ผมพูดตรง ๆ ผมเป็นคนทำงานการเมือง ไม่เคยย้ายอุดมการณ์ อยู่ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ต่อสู้ผ่านถนน ผ่านทั้งสภา ผ่านทั้งในพื้นที่ ก็อยู่มาโดยตลอด”
“ดังนั้น วันนี้เป็นรัฐมนตรี Passion ที่จะตอบโจทย์กับประชาชนยังอยู่ ผมถึงให้ความสำคัญกับเสียงในสภามาก ไม่ว่าจะฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หากเขาประสานเข้ามาแสดงว่าต้องมีความเดือดร้อนของชาวบ้านแฝงอยู่ข้างในนั้น เราก็รับโจทย์นั้นมา วันนี้ถือว่าเราทำได้มากกว่าเก่า เราจะใช้โอกาสนี้ในการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด”