The Standard
กกต. ชี้แจงปมเจ้าหน้าที่รับโอนเงินจาก ส.อบจ. กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวกับการเลือก สว.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการรับโอนเงิน 13 ครั้ง รวม 860,000 บาท โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการไต่สวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มิใช่การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามที่มีการเชื่อมโยงบนสื่อสังคมออนไลน์
Key facts
- สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการรับโอนเงิน 13 ครั้ง รวม 860,000 บาท โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการไต่สวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
- ข้อมูลดังกล่าวระบุว่ามีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการของสำนักงาน กกต. จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งมีการเชื่อมโยงว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีการเลือก สว.
- วันนี้ (11 สิงหาคม) สำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ เลขที่ข่าว 394/2569 ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเปิดเผยข้อมูลเส้นทางการเงินในจังหวัดอำนาจเจริญ
- สำนักงาน กกต. ระบุด้วยว่าล่าสุดได้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แจ้งความดำเนินคดีอาญา และรายงานต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว พร้อมระบุว่าพนักงานคนดังกล่าวถูกสั่งลงโทษปลดออกและพ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนหน้านี้แล้ว
- กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยข้อมูลในเวที ‘เจาะลึกหลักฐานคดี สว. ภาค 4: ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์’ ว่ามีการโอนเงินดังกล่าวจาก ‘ญาณี สีฟ้า’ ส.อบจ.
Summary
ประเด็นการตรวจสอบเส้นทางการเงินในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม ลำพูน สงขลา และอำนาจเจริญ สำนักงาน กกต. ยืนยันว่าหลักฐานทั้งหมดได้ถูกนำไปรวมอยู่ในสำนวนการพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลดังกล่าวระบุว่ามีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการของสำนักงาน กกต. จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งมีการเชื่อมโยงว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีการเลือก สว.
สำนักงาน กกต. ระบุด้วยว่าล่าสุดได้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แจ้งความดำเนินคดีอาญา และรายงานต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว พร้อมระบุว่าพนักงานคนดังกล่าวถูกสั่งลงโทษปลดออกและพ้นสภาพการเป็นพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนหน้านี้แล้ว