Post Today
จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย FED ก.ย. นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
จับตาทิศทางดอกเบี้ย FED เดือน ก.ย. ตลาดรอผลตัวเลขเงินเฟ้อ CPI หากยังสูง 'เควิน วอร์ช' ประธานเฟด อาจถูกบีบให้ต้องขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางรอยร้าวในบอร์ดบริหาร
Key facts
- ตามรายงานจาก The Wall Street Journal ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนกันยายน ขึ้นอยู่กับตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม หากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) พุ่งสูงกว่า 0.2% 'เควิน วอร์ช' ประธานเฟด
- นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน จะปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนกรกฎาคม
- คณะกรรมการเฟดหลายท่านเคยประเมินว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้โดยไม่ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยมองว่าราคาสินค้าที่พุ่งขึ้นจากกำแพงภาษีเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราว และราคาพลังงานจะลดลงเมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย
- นั่นหมายความว่า หากพลาดรอบกันยายน การตัดสินใจอาจถูกลากยาวไปถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเฟดจะต้องแบกรับแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อไปอีกถึง 4 เดือนเต็ม
Summary
แต่ในความเป็นจริง สถานการณ์ปัจจุบันอาจทำให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวต้องถูกพับเก็บไว้ก่อน เมื่อรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ 2 ฉบับที่กำลังจะเผยแพร่ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาว่า เฟดจะตัดสินใจ "ขึ้นอัตราดอกเบี้ย" ในเดือนกันยายน หรือจะเลือก "ตรึงดอกเบี้ย" ต่อไป
ตามรายงานจาก The Wall Street Journal ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนกันยายน ขึ้นอยู่กับตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม หากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) พุ่งสูงกว่า 0.2% 'เควิน วอร์ช' ประธานเฟด อาจถูกกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความคลางแคลงใจของตลาดพันธบัตรและแรงกดดันทางการเมือง
เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เคยตั้งเป้าหมายที่จะบริหารงานโดยไม่พึ่งพิงตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยมากจนเกินไป