The Standard
ปกรณ์ชี้แจงปมยุบธนาคารที่ดินไม่กระทบสิทธิประชาชน พร้อมเร่งโอนภารกิจให้ คทช. รับรองโฉนดชุมชนให้จบภายใน 1 เดือน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (11 สิงหาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แถลงถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินหรือโฉนดที่ดินชุมชน ของรัฐบาล ภายหลังมีกระแสข่าวยุบธนาคารที่ดิน ซึ่งทำหน้าที่ในการกำกับดูแล ว่า ต้องขอบคุณขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ที่ได้ประชุมร่วมกันกับภาครัฐ โดยมี ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ขอเน้นย้ำว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะพยายามปฏิรูประบบการทำมาหากินของประชาชนให้มีสิทธิเป็นไปตามกฎหมายมากที่สุด
Key facts
- วันนี้ (11 สิงหาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แถลงถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินหรือโฉนดที่ดินชุมชน ของรัฐบาล ภายหลังมีกระแสข่าวยุบธนาคารที่ดิน ซึ่งทำหน้าที่ในการกำกับดูแล ว่า
- ปกรณ์กล่าวว่า เป็นการยกระดับโฉนดชุมชนให้ได้รับการรับรองตามกฎหมายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อดำเนินการตามมาตรา 10 (4) ให้เป็นรูปแบบการจัดที่ดินทำกินให้กับประชาชนในรูปแบบหนึ่ง และจะได้รับการรับรองตามกฎหมาย
- นอกจากนี้ ปกรณ์กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการ ทช. ซึ่งมีวาระการพิจารณา นำโฉนดชุมชนให้เป็นรูปแบบการทำมาหากินแบ่งสรรจัดสรรรูปแบบทำกินตามมาตรา 10 (4) ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความกังวล จากการประชุมครั้งก่อนได้สั่งเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 1
- ปกรณ์ย้ำว่า ปัญหาที่ดินส่วนที่ยังค้างอยู่นั้น ยอมรับว่ามีไม่มาก เพราะได้ให้ธนาคารที่ดินชะลอเริ่มโครงการใหม่มา 2 รอบ ในช่วง 4-5 ปีหลัง เนื่องจากผลการประเมินไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงได้ให้มีการชะลอและงดการดำเนินการโครงการใหม่
Summary
ปกรณ์กล่าวว่า เป็นการยกระดับโฉนดชุมชนให้ได้รับการรับรองตามกฎหมายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อดำเนินการตามมาตรา 10 (4) ให้เป็นรูปแบบการจัดที่ดินทำกินให้กับประชาชนในรูปแบบหนึ่ง และจะได้รับการรับรองตามกฎหมาย ซึ่งจะมีความมั่นคงแห่งสิทธิมากกว่า
ขณะเดียวกัน ปกรณ์กล่าวอีกว่า ยังมีการบริหารจัดการของธนาคารที่ดินซึ่งเป็นองค์การมหาชนดูแลในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งการยุบหรือการเสนอให้มีการยุติการดำเนินการของธนาคารที่ดินนั้นเป็นไปตามกฎหมาย คือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนที่มีการขยายระยะเวลาการดำเนินการแล้ว 9 ปี เนื่องจากว่าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด และครบระยะเวลาที่จะต้องยุบภายในเดือนกันยายน
“การยุบไม่ได้หายไปทั้งองค์กร แต่เมื่อพ้นเดือนกันยายนไปแล้ว การดำเนินการของธนาคารที่ดินจะคงอยู่ต่อไป เพื่อประโยชน์ในการชำระบัญชี ส่วนการถ่ายโอนภารกิจต่างๆ ขณะนี้ คทช. กำลังพิจารณาดำเนินการ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะมีการถ่ายโอนภารกิจและพนักงานเจ้าหน้าที่ของธนาคารที่ดินส่วนหนึ่งที่ยังสมัครใจที่จะทำภารกิจนี้ต่อไปอยู่กับสำนักงาน คทช.”